ไม่ล้มแผน!บาเยิร์นเตรียมหวนล่าซาเน่ช่วงตลาดเปิดม.ค

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว บาเยิร์น จะหวนไล่ล่าลายเซ็นของ ลีรอย ซาเน่ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังไม่คิดที่จะลดค่าหัวที่ตั้งเอาไว้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน จะกลับมาเดินแผนล่าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เดิมที ซาเน่ ถือเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพอันดับต้นๆ ของ บาเยิร์น ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลังจากพวกเขาจำเป็นต้องการปีกฝีเท้าดีมาทดแทนการบอกลาทีมไปของ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมขายเขาได้ ซ้ำร้ายแข้งวัย 23 ปี ยังมาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจากเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนอาจจะต้องพักเป็นเวลานานอีก เรื่องดังกล่าวทำให้ บาเยิร์น ล้มแผนล่าตัว ซาเน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหันไปยืม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อิวาน เปริซิช มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังสนใจที่จะเอา ซาเน่ มาเสริมแกร่งอยู่ และจะพยายามดึงเขามาร่วมทีมให้ได้อีกครั้งในตลาดช่วงหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คิดที่จะปล่อย ซาเน่ ออกไปถูกๆ แต่อย่างใด หลังจากพวกเขาตั้งค่าหัวของอดีตแข้ง ชาลเก้ 04 เอาไว้ถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,510 ล้านบาท) โดยฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ยังหวังว่า ซาเน่ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมด้วย จากการที่ข้อตกลงฉบับเดิมจะหมดอายุลงในปี 2021 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เดอะค็อปยิ้ม!อลีสซงลงฝึกซ้อมเบาๆได้แล้ว

แฟนบอลลิเวอร์พูล เตรียมเฮหลัง อลีสซง เบ็คเกอร์ โกลมือ 1 ใกล้จะหายเจ็บแล้ว เนื่องจากตอนนี้เจ้าตัวกลับมาฝึกซ้อมวิ่งเบาๆ ในช่วงพักเบรกทีมชาติ โดยมีทีมแพทย์ “หงส์แดง” เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อเช็คพัฒนาการในการฟื้นตัวของนายด่านเลือดแซมบ้า สาวก “เดอะ ค็อป” คงมีความสุขเป็นทวีคูณหลัง อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบชาวบราซิเลียน เริ่มกลับมาลงฝึกซ้อมเบาๆ ได้แล้วที่ เมลวู้ด สนามซ้อม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อน่องฉีกค่อยๆ ดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆ นายทวารทีมชาติบราซิล ได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่ลงเฝ้าเสาเกมเปิดซีซั่นแมตช์ที่ “เดอะ เร้ดส์” ไล่ถลุง “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ 4-1 เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้สโมสรจำเป็นต้องส่ง อาเดรียน โกลชาวสแปนิชที่เพิ่งเซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์ ทำหน้าที่สำคัญแทน ตอนนี้อาการบาดเจ็บของ อลีสซง ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อ โดยในช่วงพักเบรกทีมชาติ นายด่านเลือดแซมบ้า สามารถกลับมาฝึกซ้อมเบาๆ โดยมีแพทย์ประจำสโมสรคอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจเช็คพัฒนาการในการฟื้นฟูร่างกายของเจ้าตัว สำหรับข่าวดีนี้มีการเปิดเผยจาก Alisson Becker 1 แอคเค้าท์ในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ที่โพสต์คลิปวีดิโอในขณะที่ ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติบราซิล กำลังฝึกวิ่งฟุตเวิร์คดริลล์ และมีข้อความระบุว่า “เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดใส” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

อิตาลี บุกรัว อาร์เมเนีย 3-1 ซิวชัย5นัดรวด คัดยูโร

การเเข่งฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่มเจ ที่ สนาม วาซเกน ซาร์กสยาน ระหว่าง อาร์เมเนีย ลงสนามพบ อิตาลี อิตาลีของกุนซือโรแบร์โต้ มันชินี่ ผลงานยอดเยี่ยมในยูโร 2020 รอบคัดเลือกกลุ่มเจ เมื่อเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด นัดนี้มาเยือนาร์เมเนียของเฮนริค มาร์คิทายาน ที่ผลงานดีอยู่อันดับ 3 ชนะ 2 แพ้ 2 นัดนี้มันชินี่ ขาดตัวเลือกไปหลายตำแหน่งเนื่องจากอาการบาดเจ็บ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก อันเดรีย โรมันญอลี่ จึงได้เล่นกับเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ส่วน 3 ประสานในเกมรุกประกอบไปด้วย เฟเดริโก้ เคียซ่า, อันเดรีย เบลอตติ และเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมา 11 นาที อาร์เมเนีย ทำช็อคออกนำก่อน 1-0 จาก อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน วซัดด้วยขวาเสียบเสาอย่างเด็ดขาด นาที 28 อิตาลีตามตีเสมอได้สำเร็จ จาก อันเดรีย เบล็อตติ ได้ชาร์จง่ายๆ ในกรอบ 6 หลา สกอร์กลับมาเป็น 1-1 ช่วงทดเจ็บ อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน คนทำประตูให้อาร์เมเนียมาโดนเหลือง 2 กลายเป็นใบแดงหลังผู้ตัดสินมองว่าขึ้นโหม่งแล้วชักศอกใส่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังอิตาลี ทำให้อาร์เมเนีย ต้องเหลือ 10 คน และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ครึ่งหลัง นาที 77 อิตาลี กลับแซงนำ 2-1 เมื่อ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เปิดบอลยาวเข้าเขตโทษให้ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ ตัวสำรองโขกเช็ดบางๆ ส่งบอลเสาเสาไกลเข้าไป สกอร์ไหลเป็น 3-1 ในนาที 80 เมื่อ สเตฟาน เซนซี่ อีกหนึ่งสำรองจ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ อันเดรีย เบล็อตติ จับแล้วพลิกยิงด้วยซ้ายบอลชนเสาก่อนเด้งโดนตัว อาราม อายราเพ็ตยาน นายทวารอาร์เมียแล้วเข้าประตูไป หมดเวลาการแข่งขัน อิตาลี บุกมาชนะ อาร์เมเนีย ที่เหลือ 10 คนไปได้ 3-1 ทำสถิติชนะรวด 5 นัดในกลุ่มเจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

รามอส’ ซัดโทษ!สเปนซิว15แต้มเต็มบุกเฉือนโรมาเนียคัดยูโร

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมซัดจุดโทษเปิดหัวพา “กระทิงดุ” สเปน บุกเฉือน โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด ในศึกฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 โรมาเนีย 1 – 2 สเปน โรมาเนีย เจ้าบ้านรั้งรองจ่าฝูงกลุ่มมี 7 คะแนนยังคงต้องลุ้นเข้ารอบเกมนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก ขณะที่ “กระทิงดุ” สเปน ครองหัวตารางมี 12 แต้มเต็มจากชัยชนะ 4 เกมรวด เกมดำนเนิมมาถึงนาทีที่ 27 สเปนขึ้นนำ 1-0 เมื่อได้ลูกที่จุดโทษจากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส โดนเตะด้านหลังดูภาพช้าเหมือนจะเป็นการพุ่งล้ม แต่กรรมการก็ยืนยันคำตัดสินดังกล่าว และเป็น เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ และจังหวะดังกล่าว รามอส ถูกใบเหลืองเมื่อไปทำท่าดีใจที่ไม่เหมาะสม สเปน ยังคงครองเกมบุกอย่างต่อเนื่องและได้ลุ้นอีกครั้งนาทีที่ 34 ฟาเบียน รุยซ์ บรรจงปั่นบอลทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลาแต่ทิศทางไม่ดีเหินข้ามคานออกไปไกล นาทีต่อมาทัพกระทิงดุน่าได้ประตูนำห่างเมื่อได้โอกาสยิงแบบจ่อๆ ไม่ถึง 10 หลาโดย โรดริโก้ โมเรโน่ แต่ดันไปตรงตัว ซิเปรียน ตาตารูซานู นายด่านโรมาเนียที่ผวาปัดบอลออกไปได้ นาทีที่ 37 สเปนหวิดบวกสกอร์อีกครั้งเมื่อ ปาโก้ อัลกาเซร์ วิ่งเข้ามาแปบอลโล่งๆ แบบไร้ตัวประกบจากลูกเปิดเลียดด้านข้างแต่ดันกดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกไปอีกครั้ง จบครึ่งแรก สเปน บุกมานำ โรมาเนีย เจ้าบ้าน 1-0 โดยแข้งสเปนถูกเสียงโห่จากแฟนบอลโรมาเนียทุกจังหวะเมื่อจับบอลหลังจากได้ประตูแรกจากลูกจุดโทษที่น่ากังขา เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงสองนาทีนาทีที่ 47 สเปนนำห่าง 2-0 จากจังหวะต่อบอลสุดสวยก่อนไปถึง จอร์ดี้ อัลบา ที่เติมขึ้นมาเปิดบอลริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ ที่รอยืนแปโล่งๆ ตรงเส้นกรอบ 6 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย โรมาเนีย ได้ประตูตามมาเป็น 1-2 นาทีที่ 60 จากลูกโขกแบบจ่อๆ ของ ฟลอริน อันโดเน่ ที่เปิดมาจากด้านข้างฝั่งซ้ายโดย จอร์จ ปุสคัส ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง นาทีที่ 65 จอร์จ ปุสคัส ศูนยหน้าโรมาเนียได้จังหวะซัดไกลแต่ทิศทางไม่ได้บอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย นาทีต่อมา โรดริโก้ โมเรโน่ แข้งสเปนกระชากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษเจ้าถิ่นแล้วได้ยิงด้วยปลายเกือกแบบไม่ถนัดเมื่อโดนแข้งโรมาเนียเบียดเอาไว้ทำบอลไหลไปเข้ามือ ซิเปรียน ตาตารูซานู รับไว้ไร้ปัญหา นาทีที่ 79 สเปนเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ไปเตะตัดฟาวน์ใส่ จอร์จ ปุสคัส ดาวยิงเจ้าถิ่นจากทางด้านหลังที่กำลังหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู เดนิส อายเตคิน กรรมการชาวเยอรมันควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ต่อเนื่องจังหวฟรีคิกเป็น อานิส ฮากิ ตัวสำรองรับหน้าที่ยิงกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่ไปติดกำแพงไม่ได้ลุ้น ผ่านพ้นมาถึงช่วยทดเจ็บนาทีที่ 90+1 โรมาเนีย เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส หลุดเข้าไปซัดเต็มข้อแต่ไปติดเซฟของ เกป้า ที่ยืนปิดมุมได้ดีและปัดออกไปได้ จังหวะต่อเนื่องนาทีถัดเจ้าถิ่นน่าได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส ได้ขึ้นโขกเต็มหัวระยะไม่ถึง 6 หลาแต่บอลดันไปตรงตัว เกป้า ที่ยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง จบเกม สเปน ที่เหลือ 10 คนช่วง 10 นาทีสุดท้ายยันสกอร์เดิมไว้ได้เป็นฝ่ายเอาชนะ โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด รายชื่อนักฟุตบอลทั้งสองทีม โรมาเนีย (5-3-2) : ซิเปรียน ตาตารูซานู – อลิน ทอสก้า, ดาร์กอส จิร์กอเร่, ชิริเชส, โยนุต เนเดลเซียรู, โรมาริโอ เบนซาร์ – นิโคเล สตานซิอู (อานิส ฮากิ น.63), ราซวาน มาริน, ชิเปรียน เดียค (อเล็กซานดรู มักซิม น.72) – เคลาดิอู เคเซรู (ฟลอริน อันโดเน่ น.56), จอร์จ ปุสคัส เทรนเนอร์ : คอสมิน คอนทร้า สเปน (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ รามอส, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, จอร์ดี้ อัลบา – ฟาเบียน รุยซ์, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ซาอูล ญีเกซ – โรดริโก้ โมเรโน่ (มิเกล โอยาร์ซาบัล น.71), ปาโก้ อัลกาเซร์ (มาริโอ เฮอร์โมโซ่ น.85), ดานี่ เซบายอส (ปาโบล ซาราเบีย น.77) เทรนเนอร์ : โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ตัดสิน : เดนิส อายเตคิน (เยอรมัน) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

แมนซิตี้แชมป์,ลิเวอร์พูลที่ 4 ! เปิดโผ 10 ทีมลูกหนังมูลค่านักเตะรวมแพงสุดในโลก

ความสำเร็จสร้างได้ด้วยเงิน ! นี่คือสิ่งที่ต้องยอมรับในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน โดยเรื่องนี้มีความเป็นรูปธรรมเมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประสบความสำเร็จมากมายในช่วงที่ผ่านมา เพราะกล้าทุ่มเงินสร้างทีม และนั่นทำให้พวกเขาครองอันดับ 1 สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ารวมนักเตะสูงสุดในยุโรป ถึง 1.14 พันล้านปอนด์ (ราว 43,320 ล้านบาท) ประจำปี 2019 สำหรับอันดับ 2 เป็นของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ซึ่งมีการทุ่มเงินซื้อ เอแด็น อาซาร์ และ ลูก้า โยวิช มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ที่มีมูลค่านักเตะในทีมรวมแล้วประมาณ 1.07 พันล้านปอนด์ (ราว 40,660 ล้านบาท) ขณะที่ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า รั้งอันดับ 3 ด้วยยอดเงินอยู่ที่ 1.03 พันล้านปอนด์ (ราว 39,140 ล้านบาท) ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลล่าสุด รั้งอันดับ 4 ด้วยยอดเงิน 959.18 ล้านปอนด์ (ราว 36,448.84 ล้านบาท) ในส่วนของอันดับ 5 มีการเปลี่ยนมือเมื่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก้าวขึ้นมาแทน โดยพวกเขาเพิ่งคว้าตัว เมาโร่ อิการ์ดี้ มาจาก อินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่นพร้อมออปชั่นซื้อถาวร 64 ล้านปอนด์ (ราว 2,432 ล้านบาท) มีมูลค่ารวมนักเตะพุ่งขึ้นมาถึง 949.5 ล้านปอนด์ (ราว 36,081 ล้านบาท) ด้าน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องหล่นมาอยู่อันดับ 6 ด้วยยอดเงินจำนวน 881.55 ล้านปอนด์ (ราว 33,498.9 ล้านบาท) ในส่วนของ เชลซี ซึ่งถูกแบนจากการตลาดพ่อค้าแข้ง 2 ช่วงเวลา (ซัมเมอร์และเดือนม.ค.นี้) สโมสร่วมกรุงลอนดอน ติดโผในอันดับ 10 ด้วยยอดเงินมูลค่าทีมประมาณ 697.5 ล้านปอนด์ (ราว 26,505 ล้านบาท) ในส่วนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งช่วงซัมเมอร์นี้ทุ่มเงินไม่ยั้งเช่นกันด้วยการคว้าตัว อารอน วาน-บิสซาก้า สนนราคา 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) และแฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังค่าตัวแพงสุดในโลก 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท) รั้งอันดับ 11 ด้วยมูลค่านักเตะรวม 644.63 ล้านปอนด์ (ราว 24,495.94 ล้านบาท) สำหรับ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ติดอันดับ 13 ด้วยยอดเงินประมาณ 570.38 ล้านปอนด์ (ราว 19,392.92 ล้านบาท) ด้าน อินเตอร์ มิลาน ที่มีการเสริมทัพอย่างการดึง โรเมลู ลูกากู หัวหอกเบลเยียม และ อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงชิลีที่ยืมมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มียอดมูลค่ารวมผู้เล่นอยู่ที่ประมาณ 482.31 ล้านปอนด์ (ราว 18,327.78 ล้านบาท) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

จับตาให้ดี! 5วันเดอร์คิดแมนยูที่รอวันเจิดจรัสแสง

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไป นับตั้งแต่การก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013 ซึ่งปัจจุบันนี้ที่มี โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพ แม้ผลงานของทีมยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็มีการส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับเรื่องการปั้นและผลักดันนักเตะดาวรุ่ง อย่างในตอนนี้ โซลชา ก็เริ่มให้โอกาสกับกลุ่มนักเตะแววดีจากอคาเดมี่ของสโมสรอย่าง เมสัน กรีนวู้ด, ทาฮิธ ชอง และ อังเคล โกเมส ได้โชว์ฝีเท้าบ้างแล้ว วันนี้เรามาส่องกันหน่อยว่า ดาวรุ่งจากทีมเยาวชน “ปีศาจแดง” อีก 5 รายที่อาจจะได้รับโอกาสจาก โซลชา ในเร็วๆ นี้ มีใครกันบ้าง – ดิลลอน โฮเกอแวร์ฟ (กองหน้า, 16 ปี) ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัวมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์ และมีชื่ออยู่ในทีมสำรองหรือทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ของ “ปีศาจแดง” ทันที โดยฤดูกาลที่แล้ว หัวหอกจอมพลิ้วชาวดัตช์รายนี้ กดไป 10 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ อาแจ็กซ์ ยู-17 – เทเดน เมนจี (เซนเตอร์แบ็ก, 17 ปี) ถึงแม้อายุแค่ 17 ปี แต่รูปร่างและความแข็งแกร่งของเด็กคนนี้ถือว่าเกินวัย เมนจี ถือเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ฉลาดและมีไหวพริบดี มีชื่ออยู่ในทีมยู-23 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เรียบร้อย แถมถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ ยู-18 แล้วด้วย – อาร์เนา ปูอิกมาล (กองกลาง, 17 ปี) เด็กจากเมืองบาร์เซโลน่าคนนี้ เคยร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ภายใต้การนำทัพของ โซลชา มาแล้ว เรื่องฝีเท้าของเจ้าหนู ปูอิกมาล ถือว่าไม่ธรรมา เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีความสามารถหลากหลาย เพราะสามารถโยกไปเล่นเป็นแบ็กขวาได้ด้วย และเมื่อเร็วๆ นี้ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติสเปน ยู-17 เรียบร้อย แต่ปัญหาคือเจ็บบ่อย – โชล่า ชอร์ไทร์ (ปีก, 15 ปี) เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เจ้าหนู ชอร์ไทร์ ทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดตลอดกาลที่ลงเล่นในศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก และที่น่าทึ่งเข้าไปอีกคือ เวลานี้ ชอร์ไทร์ กลายเป็นขุนพลคนสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยู-18 ภายใต้การนำทัพของ นิคกี้ บัตต์ ไปแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษ ยู-16 ด้วย – ชาร์ลี เวลเลนส์ (กองกลาง, 16 ปี) นี่คือเด็กที่ถูกจับตามองอย่างมาก เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่โดดเด่นเรื่องการทำประตู จนถูกยกให้เป็น “นิว พอล สโคลส์” เลยทีเดียว ตอนนี้ เวลเลนส์ เป็นกำลังหลักในทีมยู-18 ของ “ปีศาจแดง” ซึ่ง บัตต์ และอีกหลายๆ คนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กคนนี้น่าจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ต้องแก้ด่วน! ปัญหาปืนฝืดของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ความสุขสันต์จากการชนะ เชลซี 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล 2019-20 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ 3 นัดต่อมาพวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย แบ่งเป็นการเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1, แพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 1-2 และเจ๊ากับ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ผลงานดังกล่าวทำให้แค่เริ่มซีซั่นนี้มา 4 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล คู่อริตัวฉกาจที่เป็นจ่าฝูงห่างถึง 7 แต้มเข้าไปแล้ว แน่นอน บรรดาแฟนบอล “ปีศาจแดง” ยอมรับดีอยู่แล้วว่าฤดูกาลนี้ยังเร็วเกินไปที่พวกเขาจะมีลุ้นแชมป์ลีก แต่เหล่า “เร้ด อาร์มี่” ก็ไม่คิดว่าทีมรักของพวกเขาควรจะมีผลงานย่ำแย่แบบนี้ตั้งแต่ตอนออกสตาร์ต ทั้งนี้ หลายคนมองว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งเก็บไปได้ 5 คะแนน เป็นเพราะเกมรุกของพวกเขาจบสกอร์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้จะมีโอกาสทำประตูหลายครั้ง แต่มีบ่อยครั้งที่สุดท้ายแล้วบอลมันไม่เข้าไปนอนในก้นตาข่าย ซึ่งสถิติหลายอย่างมันบ่งชี้ว่าพวกเขามีปัญหาในการยิงจริงๆ ถ้าหากอ้างอิงจาก อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดังแล้วนั้น มันก็จะเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่มี “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ ด้วยจำนวน 7.4 ประตู เป็นรองเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอยู่ที่ 11.17 ประตู กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่อยู่ในระดับ 7.67 ลูกเท่านั้น ก่อนอื่นต้องขออธิบายเจ้าสถิติ “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” กันก่อน โดยมันคือสถิติที่ได้รับความนิยมสูงระดับหนึ่งในเมืองนอก ซึ่งมันก็คือสถิติที่บ่งบอกว่าตามความเป็นจริงแล้วทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูให้ได้ในระดับนั้นเป็นอย่างน้อย ยกตัวอย่างเช่นถ้าตัวเลขอยู่ที่ 12 มันก็หมายความว่าทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูได้ 12 ลูกเป็นอย่างต่ำ และถ้าน้อยกว่านั้นก็ถือว่าพวกเขาไม่มีความเฉียบขาดมากพอ ทั้งนี้ ปัจจัยที่เอามาคำนวณเป็น “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” ก็คือความง่ายของการยิง ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือถ้าเป็นลูกยิงเผาขน หรือได้ยิงในระยะกับมุมที่ดี ตัวเลขก็จะสูง เพราะมัน “ควรจะเป็นประตู” แต่ถ้าเป็นการยิงไกล หรือโดนคู่แข่งขวางเอาไว้เยอะ ตัวเลขก็จะต่ำลงไป เพราะมัน “ดูแล้วไม่น่าจะเป็นประตูได้” โดยมันยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่เอามาพิจารณาด้วย อย่างเช่นเท้าที่ใช้ยิง เป็นต้น ตัวเลข 7.4 ในด้านนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีการตั้งเกมขึ้นมาได้ดี และมีจังหวะผ่านบอลสวยๆ จนทำให้คนที่ยิงอยู่ในมุมที่ควรจะส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายได้หลายครั้ง แต่ถึงกระนั้น พวกเขากลับยิงทิ้งยิงขว้างไปหลายหน และทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่เคยยิงเกิน 1 ลูกต่อ 1 เกมได้เลย นับตั้งแต่ที่เคยทำไป 4 ลูกในเกมกับ เชลซี แน่นอนว่าคนที่โดนเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด เพราะดาวเตะชาวอังกฤษได้รับบทบาทเป็นกองหน้าตัวเป้าของทีมอย่างเต็มตัว ซึ่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ตั้งใจที่จะปลุกปั้นให้ แรชฟอร์ด เป็นยอดกองหน้าตัวเป้าให้ได้ โดยว่ากันว่าเขาลงทุนซ้อมให้ แรชฟอร์ด เป็นพิเศษเลย อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าจนถึงตอนนี้ แรชฟอร์ด ยังไม่สามารถตอบแทนความคาดหวังของอดีตยอดดาวยิงชาวนอร์เวย์ได้ดีเท่าที่ควร จริงอยู่ว่าเขาทำได้ 2 ลูกในเกมกับ เชลซี แต่หลังจากนั้นกลับยิงเพิ่มไม่ได้เลย แถมยังยิงตรงกรอบได้เพียงแค่ 5 หน จาก 16 นัดเท่านั้น การจะแสดงให้เห็นว่า แรชฟอร์ด ยิงได้แย่มันไม่จำเป็นถึงขนาดต้องเอาเขาไปเปรียบเทียบกับยอดแนวรุกของทีมอื่น อย่างเช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แข้งคนดังของ ลิเวอร์พูล, เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ศูนย์หน้าอาร์เซน่อล หรือ แฮร์รี่ เคน กองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เลย แค่เปรียบเทียบกับ แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งของ เชลซี ก็พอจะเห็นได้ชัดถึงเรื่องนั้นแล้ว เพราะ อับราฮัม ยิงตรงกรอบได้ 5 ครั้ง จากทั้งหมด 11 หน และถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ดีกว่า แรชฟอร์ด ด้วย จริงอยู่ว่านี่ยังเป็นเพียงช่วงต้นฤดูกาลเท่านั้น และ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเวลาปรับปรุงการจบสกอร์ของพวกเขาอยู่ แต่มันก็ต้องรีบแก้ไขได้แล้ว ถ้าหากว่าพวกเขาไม่อยากอดได้โควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ลูกากูทีเด็ด! เบลเยียมงานง่ายบุกซานมารีโนยึดหัวฝูงคัดยูโร

เบลเยียม ทำผลงานในทัวร์นาเมนต์คัดเลือกหนนี้ยอดเยี่ยม คว้าชัยมาสี่เกมรวด นัดนี้ โรเมลู ลูกากู หัวหอกฟอร์มแรงจากอินเตอร์ มิลาน ลงล่าสกอร์บุกบ้าน ซานมารีโน ทีมสมันน้อย ที่ยังเก็บแต้มไม่ได้ แถมเจาะตาข่ายใครไม่เข้าสักเม็ด ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม ไอ คืนวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 ซานมารีโน ออกสตาร์ต 4 เกมแรกแบบตามสภาพ แพ้รวดเสียรวม 20 ประตูเฉลี่ยโดนรัวพรุนนัดละ 5 สกอร์พอดี มิเท่านั้น ขุมกำลังยังประสบปัญหาเมื่อ เอเลีย เบเนเด็ตตินี่ นายทวารมือ 1 จากโนวาร่า ในลีกเซเรีย ซี อิตาลี เกิดบาดเจ็บถอนตัวไปแล้ว คาดว่าต้องใช้บริการ ซิโมเน่ เบเนเด็ตตินี่ จากทีมยู-21 ลงประเดิมเฝ้าเสาแทน ตัวจริงที่เหลือล้วนเป็นพวกแข้งกึ่งอาชีพ มีเพียง นิโกล่า นานนี่ หน้าเป้าดาวรุ่งวัย 19 ที่สังกัดสโมสรโมโนโปลี ในเซเรีย ซี แดนมะกะโรนีเช่นกัน ฟากทีมปีศาจแดงยุโรปภายใต้บังเหียน โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ ฟาดชัย 4 เกมรวดดูแล้วไม่ควรพลาดตีตั๋วรอบสุดท้าย แต่ปัญหาคือในโผชุดนี้มีแข้งหลักถอนตัวไปหลายรายเหลือเกิน เอแด็น และ ตอร์กกาน อาซาร์ สองพี่น้องตัวรุกคนดังต่างบาดเจ็บทยอยถอนตัว เช่นเดียวกับ อักเซล วิตเซิล กองกลางดอร์ทมุนด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี หลังตัวเก๋าอันเดอร์เลชท์ที่เพิ่งยุติบทบาทโค้ชมือใหม่, ทิโมธี่ กัสตันเย่ แบ็กขวาอตาลันต้า รวมถึง คูน คาสทีลส์ โกลโวล์ฟสบวร์ก โดยได้เรียก เฮนดริค ฟาน ครอมบรูช นายด่านอันเดอร์เลชท์มาเสียบโควตาแทนแล้ว กระนั้นด้วยเหตุที่เจอทีมสมันจอมแบ่งแต้มจึงไม่น่ากังวลเท่าไร อาจจะปรับเอา เควิน เดอ บรอยน์ ลงตำแหน่งต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ ดรีส เมอร์เท่นส์ ตัวจี๊ดนาโปลี รวมถึง เลอันโดร ตรอสซาร์ต แข้งใหม่ไบรท์ตันได้ลุ้นประเดิม คอยสนับสนุน โรเมลู ลูกากู ดาวยิงสูงสุดที่เพิ่งย้ายจากแมนฯ ยูไนเต็ดไปเกิดใหม่กับอินเตอร์ มิลาน รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ซานมารีโน (4-2-3-1) : ซิโมเน่ เบเนเด็ตตินี่ – ฟาบิโอ วิตาโยลี่, ดาวิเด้ ซิมอนชินี่, คริสเตียน โบรลลี่, อันเดรีย กรันโดนี่ – เอ็นริโก้ โกลินุชชี่, อเลสซานโดร โกลินุชชี่ – มาร์เชลโล่ มูลาโรนี่, มัตเตโอ วิตาโยลี่, มีร์โก ปาลัซซี่ – นิโกล่า นานนี่ เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ยาน แฟร์ทองเก้น, โธมัส แฟร์มาเล่น – โตมาส์ เมอนิเย่ร์, เควิน เดอ บรอยน์, ยูริ ตีเลอมันส์, ยานนิค การ์ราสโก้ – ดรีส เมอร์เท่นส์, เลอันโดร ตรอสซาร์ต – โรเมลู ลูกากู ผู้ตัดสิน : โฮราติอู เฟสนิค (โรมาเนีย) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ไม่ล้มแผน!บาเยิร์นเตรียมหวนล่าซาเน่ช่วงตลาดเปิดม.ค

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว บาเยิร์น จะหวนไล่ล่าลายเซ็นของ ลีรอย ซาเน่ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังไม่คิดที่จะลดค่าหัวที่ตั้งเอาไว้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน จะกลับมาเดินแผนล่าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เดิมที ซาเน่ ถือเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพอันดับต้นๆ ของ บาเยิร์น ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลังจากพวกเขาจำเป็นต้องการปีกฝีเท้าดีมาทดแทนการบอกลาทีมไปของ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมขายเขาได้ ซ้ำร้ายแข้งวัย 23 ปี ยังมาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจากเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนอาจจะต้องพักเป็นเวลานานอีก เรื่องดังกล่าวทำให้ บาเยิร์น ล้มแผนล่าตัว ซาเน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหันไปยืม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อิวาน เปริซิช มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังสนใจที่จะเอา ซาเน่ มาเสริมแกร่งอยู่ และจะพยายามดึงเขามาร่วมทีมให้ได้อีกครั้งในตลาดช่วงหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คิดที่จะปล่อย ซาเน่ ออกไปถูกๆ แต่อย่างใด หลังจากพวกเขาตั้งค่าหัวของอดีตแข้ง ชาลเก้ 04 เอาไว้ถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,510 ล้านบาท) โดยฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ยังหวังว่า ซาเน่ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมด้วย จากการที่ข้อตกลงฉบับเดิมจะหมดอายุลงในปี 2021 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ต้องใช้เวลา!แกรี่ชี้โซลชาทำแมนยูมาถูกทางแล้ว

แกรี่ เนวิลล์ ระบุ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำทีมมาถูกทางแล้ว จากการที่เน้นให้ทีมมีนักเตะที่ต้องการเล่นให้ “ปีศาจแดง” จริงๆ พร้อมชี้ มันต้องใช้เวลาสักหน่อยก่อนที่จะประสบความสำเร็จ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” กำลังทำทีมมาในทางที่ถูกต้องแล้ว แม้ว่าผลงานของพวกเขาจะไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม หลังจากที่ชนะ เชลซี 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ชนะใครเลย 3 นัดติดต่อกัน แบ่งเป็นการเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1, แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-2 และเจ๊ากับ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 จนทำให้ “เร้ด อาร์มี่” บางส่วนไม่พอใจกับผลงานของทีมมากๆ เนวิลล์ คนพี่ เผยว่า “เมื่อคุณมีทีมที่ยังถือเป็นทีมวัยหนุ่มอย่างที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วน่ะ มันก็หมายความว่านักเตะหลายคนอยู่ในช่วงพัฒนาฝีเท้า และพยายามที่จะปรับปรุงตัวเองอยู่ ผมคิดว่ามันจะมีหลายนัดที่ถึงแม้พวกเขาจะเล่นได้ดี แต่ก็จะได้ผลการแข่งขันแบบเดียวกับในเกมที่เจอกับ วูล์ฟส์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน” “ที่จริงในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน นี่ผมคิดว่าพวกเขาเล่นได้โอเคเลยนะ แต่พวกเขาไม่มีความเฉียบขาดที่จะทำให้พวกเขาเดินหน้าต่อและคว้าชัยชนะมาครองได้ แน่นอนว่าแฟนบอล ยูไนเต็ด หงุดหงิดกันอย่างมาก เมื่อพิจารณาถึงสถานะของสโมสร ไม่นานมานี้ทีมยังประสบความสำเร็จอย่างมากภายใต้การทำทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่ แต่ที่จริงหลังจากนั้นเป็นต้นมามันก็ผ่านมาตั้ง 6 หรือ 7 ปีเข้าไปแล้ว” “ตอนนี้หลายคนกำลังหงุดหงิดอย่างหนัก เพราะคิดว่าทีมไม่ได้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง แต่ผมคิดว่าพวกเขามาถูกทางแล้ว เพราะสิ่งแรกที่ ยูไนเต็ด ต้องทำก็คือการทำให้ทีมมีแต่คนที่อยากอยู่กับทีมจากใจจริง เรื่องพรสวรรค์น่ะลืมไปก่อนก็ได้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาจาก อเบอร์ดีน เมื่อปี 1986 และเขาก็โละพวกนักเตะเก่งๆ หลายคนออกไป เพื่อพยายามเปลี่ยนธรรมเนียมของทีม” “เขาได้รับเวลานานในการทำอย่างนั้น ลองคิดถึง นอร์แมน ไวท์ไซด์ ที่ย้ายออกไปสิ พอล แม็คกรัธ เองก็ไม่ได้อยู่กับทีมต่อเหมือนกัน พวกเขาต่างก็เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของทีม แต่เขา (เฟอร์กูสัน) พยายามทำและเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้น” “มันต้องใช้เวลาสักหน่อย โซลชา กำลังทำงานกับขุมกำลังแบบเดียวกับที่ (เจอร์เก้น) คล็อปป์ ได้รับสืบทอดมา มันไม่ใช่แบบเดียวกับที่ (โจเซป) กวาร์ดิโอล่า ได้รับสืบทอดมาจาก ซิตี้ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องนี้แล้วน่ะ มันก็เห็นได้ชัดว่านี่การทำทีมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (ของ โซลชา) ต้องใช้เวลานาน และมันจะมีช่วงที่น่าหงุดหงิดหลายครั้ง มันจะมีหลายครั้งที่ทีมจะมีผลการแข่งขันเหมือนอย่างเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน, วูล์ฟส์ และ คริสตัล พาเลซ แต่เมื่อคุณพิจารณาถึงสภาพโดยรวมแล้วนั้น คุณก็จะเห็นว่าองค์ประกอบที่สำคัญๆ หลายอย่างมันถูกต้องแล้ว” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th