Voidwalker อีเว้นท์สุดพิเศษของ Apex Legends เปิดให้เล่นกันแล้วฟรีๆ ในเวลาจำกัด!!!

มาแล้วๆ เหล่าแฟนเกมแบทเทิลรอยัลทั้งหลาย Respawn Entertainment เปิดตัวอีเว้นท์สุดพิเศษของ Apex Legends เกมแนว Battle Royale สไตล์ 3 Vs. 3 กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า! โดยอีเว้นท์ดังกล่าวมีนามว่า “Voidwalker” ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับตัวละคร Wraith เป็นอย่างมาก จึงได้เพิ่มสิ่งก่อสร้างแบบใหม่เข้ามาในตัวเกม นั้นก็คือ Wraith Town Takeover นั่นเองค่ะ นอกเหนือไปกว่านั้นยังเพิ่ม Armed and Dangerous โหมดการเล่นแบบใหม่ (จำกัดเวลา) ที่บังคับให้เพื่อนๆ ใช้งานอาวุธได้เพียงแค่ปืน Sniper และ Shotgun เท่านั้น อีกทั้งยังมี Challenges ให้เราเคลียร์เพื่อรับของรางวัลประจำอีเว้นท์ดังกล่าว อาทิเช่น สกินอาวุธต่างๆ + ตราสัญลักษณ์ เป็นต้น แถมยังมีสกินสุดลิมิเต็ดสำหรับอีเว้นท์นี้ขายโดยเฉพาะให้กับตัวละครเฉพาะ Wraith, Lifeline, Gibraltar และ Bangalore นี้ด้วยนะคะ Event Voidwalker เริ่มเล่นได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 17 กันยายนที่จะถึงนี้ พร้อมกับการเพิ่มค่า XP สองเท่าให้กับผู้เล่นจาก 5 อันดับแรก 6 – 9 กันยายนที่จะถึงนี้ APEX Legends มีฉากหลังเป็นดินแดนรกร้างในเขต Frontier จากเกมซีรีส์ Titanfall ซึ่งนอกจากแต่ละตัวละครจะมีทักษสกิลแตกต่างกันออกไปแล้ว ยังตัดปัญหาที่เกมอื่นๆ มีทิ้งไป เช่น การมาร์คจุดไอเทม ศัตรู หรืออาวุธได้ด้วยเมาส์เพียงคลิกเดียวเท่านั้น รวมไปถึงยังสามารถชุบชีวิตเพื่อนที่ตายไปแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้ด้วย Supply Beacon! การยิงใส่ศัตรูยังมีความเป็น RPG เล็กน้อยด้วยการมีเลขดาเมจ และเกมเพลย์ที่รวดเร็วว่องไวกันเลยทีเดียว ตัวเกมเปิดให้เล่นกันฟรีๆ บน PC Origin เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

ดึงโซลูชัน NB-IoT ประยุกต์ใช้กับประกันรถ

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กรแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสในฐานะ Digital Life Service Provider จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการเกิดขึ้นของ Business Model ใหม่ๆ
โดยเอไอเอสมีความยินดีที่บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เลือกใช้โซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI ในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ของไทยวิวัฒน์ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทและดับเครื่องของรถที่ทำประกันรถเปิด-ปิด ทำให้บริษัทประกันภัยได้รับข้อมูลที่มีความแม่นยำ ถูกต้อง และให้การดูแลลูกค้าขององค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี NB-IoT มาเสริมศักยภาพการบริการให้กับธุรกิจประกันภัย
ด้านนายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI จะทำงานโดยใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานของยานพาหนะบนเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทรถยนต์ อุปกรณ์? IoT จะส่งค่า Engine Start ผ่านแพลตฟอร์ม AIS IoT และมาประมวลผลยัง Thaivivat Server
พร้อมแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชัน Thaivivat Motor
เพื่อเริ่มต้นเปิดประกันภัยโดยอัตโนมัติ และเมื่อดับเครื่องยนต์ อุปกรณ์? IoT ก็จะส่งค่า Engine Stop กลับมาอีกครั้ง เพื่อปิดประกันอัตโนมัติ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาเปิด-ปิดด้วยตัวเองอีกต่อไป หรือในกรณีรถอยู่ในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์จะเก็บข้อมูลไว้ และเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณ NB-IoT จะส่งข้อมูลให้กับระบบทันที

เครดิต : (INNnews) https://www.innnews.co.th

“หัวเว่ยจะสร้างประโยชน์ให้ประชากร 500 ล้านคนทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”

หัวเว่ยจะช่วยให้ประชากรอีก 500 ล้านคนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในอีก 5 ปีข้างหน้า ไมเคิล แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวในงานประชุมของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UNESCAP) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ
การประชุมคณะกรรมการด้านการขับเคลื่อนทางด่วนข้อมูลในเอเชีย-แปซิฟิก (AP-IS) และการประชุม WSIS ระดับภูมิภาคสมัยที่สาม เริ่มต้นขึ้นวานนี้ ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
ตามคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทบทวนข้อค้นพบจากงานวิจัยล่าสุด การดำเนินการของแผนแม่บทด้าน AP-IS และเอกสารกรอบการทำงานด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค ระหว่างปี 2562 – 2565 โดยประเทศสมาชิกต่างๆ ESCAP และองค์กรพันธมิตรต่างๆ และพูดคุยถึงแนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการ
มร. แมคโดนัลด์ กล่าวในสุนทรพจน์ของเขาในหัวข้อ “Redefining Inclusion” ว่า “ตามข้อมูลของ GSMA มีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงบริการบรอดแบนด์ไร้สาย และอีกมีประชากรอีก 3,800 ล้านที่ยังไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งคิดเป็นกึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก
ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี ของหัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ องค์กรอุตสาหกรรม และพันธมิตรธุรกิจ มาร่วมกันส่งเสริมให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากดิจิทัลด้วย
“เราต้องการแผนที่ดำเนินการได้ในทันที และด้วยความทุ่มเทร่วมกัน พวกเราสามารถทำให้ทุกคนในสังคมมีทักษะด้านดิจิทัลได้” เขากล่าว
“ที่หัวเว่ย เราเชื่อว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี และเราควรใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเช่นเดียวกัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงดิจิทัล เราได้จัดวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน” มร. แมคโดนัลด์ กล่าว “โครงการนี้มีชื่อว่า Tech4ALL ซึ่งจะเน้น 3 ด้านด้วยกันคือ การเชื่อมโยง การนำไปใช้ และทักษะ”
หัวเว่ย ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีและสมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก ได้กล่าวคำมั่นที่จะลดอุปสรรคในเรื่องของต้นทุนและการครอบคลุมของสัญญาณผ่านนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันสำหรับชุมชนและอุตสาหกรรมต่าง ๆ และทำงานร่วมกับรัฐบาล ชุมชนท้องถิ่น และอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ด้านทักษะดิจิทัลและให้ความช่วยเหลือตามจำเป็น
“ตัวอย่างเช่น ตลอดสิบปีที่ผ่านมา โครงการ Seeds for the Future ของเราได้ช่วยพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่นิสิตนักศึกษากว่า 30,000 คนจาก 100 กว่าประเทศ”
ในประเทศไทย โครงการ “Seeds for the Future” ได้ส่งนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไทย ไปศึกษาวัฒนธรรมจีนที่กรุงปักกิ่ง พร้อมศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีไอซีทีอันทันสมัยที่เมืองเซินเจิ้น
ในปี 2561 หัวเว่ยได้จัดการแข่งขัน “Huawei ICT Competition Thailand” เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพด้านไอซีที เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาไทยแลนด์ 4.0 และสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงดิจิทัลได้
“ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ประชากรอีก 500 ล้านคนได้ใช้ประโยชน์โดยตรงจากเทคโนโลยีดิจิทัล”
“นี่คือภารกิจของเรา และเราหวังว่าพวกคุณจะมาร่วมกับเรา เพราะด้วยการร่วมแรงร่วมใจ พวกเราจะสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่คนทุกคน บ้านทุกหลัง และองค์กรทุกแห่ง เพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกันอย่างเต็มรูปแบบ” มร. ไมเคิล แมคโดนัลด์ กล่าว

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

Samsung หนุนนวัตกรรม ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดผู้พิการทางสายตา ด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้พิการทางสายตามีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ และการเข้าถึงเทคโนโลยี หลายครั้งที่คนทั่วไปเกิดความสงสัยว่า ผู้พิการทางสายตาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว
คำถามต่างๆ เช่น พวกเขาสามารถดูหนังในโรงภาพยนตร์ได้หรือไม่ เวลาไปเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ จะชื่นชมธรรมชาติและภาพความงดงามนั้นอย่างไร และสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ความทรงจำดีๆ ผ่านโซเชียลมิเดียให้กับเพื่อนๆ ได้ร่วมรับรู้ถึงความสุขและช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นได้เหมือนกับคนทั่วไปหรือไม่ คำตอบที่หลายคนฟังแล้วคาดไม่ถึงก็คือ “ได้!” โดยเทคโนโลยีนี่แหล่ะที่เป็นตัวทำลายกำแพงและข้อจำกัดด้านร่างกาย
(นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง)
“เทคโนโลยีทุกวันนี้ช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ภายในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้และพยายามเปิดใจลองทุกอย่าง ฟีเจอร์อย่าง Accessibility จะมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Screen Reader และ Voice Assistant
ซึ่งจะช่วยแปลงทุกอย่างที่อยู่บนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพให้กลายเป็นเสียง สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างละเอียด เวลาไปทานข้าวที่ร้านอาหารก็ทำให้สามารถอ่านเมนูอาหารได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป บนสมาร์ทโฟนจะมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้พิการอยู่หลายแอปฯ เช่น ‘Be My Eyes’ เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยเหลือคนพิการทางสายตา
โดยถ้าคนพิการต้องการความช่วยเหลือจะสามารถ Video Call ไปที่อาสาสมัคร เพื่อให้อาสาสมัครช่วยอธิบายลักษณะสิ่งของหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือถ้าเดินหลงทางก็สามารถแจ้งให้อาสาสมัครช่วยอธิบายและบอกทางให้ได้ หรือถ้าต้องการดูหนังก็มีแอปพลิเคชัน ‘พรรณนา’ ที่บรรยายสิ่งที่ฉายอยู่ยนหน้าจอให้เรารู้ ทำให้สามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพจากจอเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินชีวิตในปัจจุบันสะดวกขึ้นมากๆ” นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ หรือคุณแอน ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เล่าถึงบทบาทของสมาร์ทโฟนที่มีต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเธอ
นายบุญประเสริฐ สัตตานุสรณ์ ผู้พิการทางสายตา อาชีพข้าราชการ กล่าวเสริมว่า “เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านหนังสือและใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “Tap2Read”
ซึ่งในนั้นเป็นเหมือนห้องสมุดที่มีหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย งานวิจัยต่างๆ โดยแทนที่จะอ่านเป็นตัวอักษรก็ฟังเป็นเสียงแทน อ่านโดยอาสาสมัครที่มาช่วยอ่านและอัดเทปไว้ สมาร์ทโฟนเปลี่ยนชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่ผู้พิการเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ได้ถูกคิดค้นขึ้น แต่ทุกคนได้ใช้ประโยชน์และมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น เช่น ทำธุรกรรมการเงิน เรียกรถโดยสาร ผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับคนปกติโดยไม่มีอุปสรรค”
pananaapp
(แอปพลิเคชัน ‘พรรณา’ ช่วยบรรยายสิ่งอยู่บนหน้าจอ ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพ)
ด้วยฟีเจอร์ ‘การช่วยเหลือในการเข้าถึง’ หรือ Accessibility บนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ ทำให้ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นและการได้ยิน ได้รับประโยชน์และใช้งานสมาร์ทโฟนได้ไม่ต่างจากคนปกติ โดยซัมซุงมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนด้วยนวัตกรรม เพื่อก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดต่างๆ ในการใช้ชีวิต และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้
ที่ผ่านมาซัมซุงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ‘Read for the Blind’ แอปพลิเคชันแรกของโลกที่คิดค้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างหนังสือเสียงเพื่อผู้พิการทางสายตา ทั้งยังได้สนับสนุนการอบรมการใช้สมาร์ทโฟนสำหรับผู้พิการทางสายตา สถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนาภายใต้มูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้อุปกรณ์การสื่อสาร ผ่านฟีเจอร์ Accessibility
และเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องด้านการมองเห็น สามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ชีวิต และได้ร่วมมือกับ “Mint I Roam Alone” เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง จัดทำโปรเจค “ทริปไร้แสง“ พาผู้พิการทางสายตาไปตะลอนทำกิจกรรมเพื่อลบข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตะลุยรับประทานอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ดำน้ำ กระโดดบันจี้จั๊ม กระโดดร่มและปีนเขา

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ญี่ปุ่นเปิดตัว “ทีมหุ่นยนต์ผู้ช่วย” สำหรับกีฬาโอลิมปิก 2020

หุ่นยนต์ผู้ช่วยสำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปี ค.ศ. 2020 ได้รับการออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ข้ามสนามได้อย่างรวดเร็ว และทำหน้าที่เก็บอุปกรณ์ในการแข่งขันกีฬา เช่น หอกจากกีฬาพุ่งหลาว และแผ่นกลมสำหรับกีฬาขว้างจักร หลังจากที่นักกีฬาขว้างออกไปแล้ว
หุ่นยนต์อีกตัวจะมีหน้าจอที่มีขนาดเท่าคนบนล้อของมัน หุ่นยนต์ตัวนี้ได้รับการออกแบบ มาเพื่อช่วยให้ผู้ชมทางบ้านสามารถดูกีฬาแบบเสมือนจริงได้
นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ยิ้มแย้มเป็นมิตร เรียกว่า “หุ่นยนต์มาสคอต” ซึ่งแม้เดินไม่ได้แต่สามารถขยับแขนขาได้ พูดไม่ได้แต่สามารถส่งสายตาได้หลายแบบ ทั้งแบบสายตาเป็นประกาย และเป็นรูปหัวใจ ถือเป็นสัญลักษณ์หรือเป็นตัวแทนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้
คุณ Tomohisa Moridaira หัวหน้าคณะวิศวกรกล่าวเสริมว่า หุ่นยนต์ตัวนี้ยังอาจทำงานอย่างอื่นได้อีก เช่น การถือคบเพลิงโอลิมปิกโดยใช้แม่เหล็ก
“หุ่นยนต์ภาคสนาม”
เป็นหุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็ก มีรูปร่างเหมือนรถประจำทาง สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกล้องสามตัวและเซ็นเซอร์พิเศษที่ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อม ด้านบนของตัวรถมีไฟชนิดพิเศษรอบๆ ที่จะสว่างขึ้นในขณะที่ทำงาน โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นหญ้าได้อีกด้วย
คุณ Takeshi Kuwabara ผู้ดูแลการพัฒนาหุ่นยนต์บอกว่า หุ่นยนต์นี้ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกันกับทั้งหุ่นยนต์และมนุษย์ และว่าเป้าหมายก็คือการใช้ประโยชน์จากข้อดีของทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์
หุ่นยนต์เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่น Toyota Motor Corporation เปิดตัวหุ่นยนต์เหล่านี้ให้ผู้สื่อข่าวได้ชมเมื่อไม่กี่วันก่อน โดย Toyota เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ด้วย
ศูนย์วิทยาการหุ่นยนต์ของโตโยต้าในสหรัฐฯ ได้พัฒนาหน้าจอเคลื่อนที่ขนาดเท่ามนุษย์หรือ T-TR1 ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของคนที่ไม่สามารถเข้าร่วมชมการแข่งขันได้
ก่อนหน้านี้ โตโยต้าได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่ด้วยล้อมาแล้วหลายชนิด เพื่อช่วยผู้สูงอายุทำงานบ้าน และช่วยผู้ป่วยในโรงพยาบาล นอกจากนี้หุ่นยนต์เหล่านี้ยังสามารถนำทางคนพิการไปยังที่นั่งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และยังช่วยเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มได้อีกด้วย

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

LINNE LENS สารานุกรม AI บนมือถือ เปิดตัวทั่วโลกแล้ววันนี้

โตเกียว, 5 ก.ค. 2019 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ – Linne Corporation บริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยี AI/AR บนมือถือ ที่มีสำนักงานอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน LINNE LENS ทางAppStore และ GooglePlay ทั่วโลกแล้ววันนี้ ในภาษาอังกฤษ ภาษาจีนประยุกษ์ ภาษาจีนดั้งเดิม ภาษาเกาหลี ภาษาไทย และภาษาญี่ปุ่น
LINNE LENS
คือ สารานุกรม AI ที่สามารถสแกนข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างเป็นอิสระ แอปดังกล่าวสามารถรู้จำและบันทึกสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่เคลื่อนที่พร้อมกันด้วยความเร็วสูงได้แบบเรียลไทม์ เพียงสแกนด้วยสมาร์ทโฟน แม้แต่ในบริเวณที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เช่น ใต้น้ำ หรือ ในเขาลึก แอปนี้ตั้งชื่อตาม Carl von Linne บิดาแห่งอนุกรมวิธานสมัยใหม่
โดยเรามีเป้าหมายที่จะสร้าง “เลนส์ซึ่งสามารถรู้จำพืชและสัตว์บนโลกได้ทันที เพื่อทำให้ทุกคนได้กระจ่างถึงความอุดมสมบูรณ์ของโลกใบนี้เฉกเช่นผู้เชี่ยวชาญ”
ณ ขณะนี้ แอปรองรับสิ่งมีชีวิตราว 10,000 สายพันธุ์ โดยเน้นสิ่งมีชีวิตที่หาได้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสัตว์ ซึ่งรวมถึงปลา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงหลากหลายชนิด ผู้้ใช้แอปสามารถเรียนรู้ชื่อและรายละเอียดข้อมูลทางชีววิทยาของสิ่งมีชีวิตได้ในทันที เพียงใช้สมาร์ทโฟนสแกนตู้แสดงสัตว์น้ำ สัตว์ในสวนสัตว์ซาฟารี ปลาที่เจอระหว่างการดำน้ำหรือตกปลา ตลอดจนนกหรือผีเสื้อที่บินอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตที่พบจะถูกเพิ่มเข้าสู่คอลเล็กชั่นโดยอัตโนมัติ อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถหาความเชื่อมโยงที่ไม่คาดคิดระหว่างสิ่งมีชีวิตหลายชนิดได้โดยใช้แผนภูมิต้นไม้อนุกรมวิธาน
นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถอ่านข้อคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสัตว์ โดยขณะนี้ เราเป็นพันธมิตรกับสถาบันชั้นนำ 7 แห่งในญี่ปุ่น และมีแผนที่จะขยายความร่วมมือระดับโลกต่อไปในอนาคต
เกี่ยวกับ Linne Corporation
Linne Corporation คือบริษัทสตาร์ทอัพ AI ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศ แนวคิดเบื้องหลังผลิตภัณฑ์ของเราคือ การเป็น “ดวงตาของผู้เชี่ยวชาญสำหรับทุกคน” ทั้งนี้ รายงาน IPBES ฉบับล่าสุดเผยให้เห็นว่า “สัตว์และพืชราวหนึ่งล้านสายพันธุ์กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ และหลายชนิดอาจสูญพันธุ์ภายในช่วงทศวรรษ
เนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์” แม้เป็นเรื่องยากที่บริษัทเดียวจะสามารถแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลก แต่ด้วยความเชื่อของเราที่ว่า “เราสามารถจัดการได้เฉพาะสิ่งที่เราควบคุมได้” เราจึงมุ่งดำเนินการเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโลกและสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติรอบตัวผ่านเทคโนโลยี AI/AR บนมือถือ ตลอดจนเพื่อสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการติดตามตรวจสอบเชิงปริมาณโดยผู้เชี่ยวชาญผ่านทาง AI
วันนี้เราได้รับการยอมรับเป็นพันธมิตรใน NVIDIA Inception Program และได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล iF Design Award 2019 และรางวัล Excellence Award จากงานเทศกาล Japan Media Arts Festival ครั้งที่ 22

เครดิต : (INNnews) https://www.innnews.co.th

Ubisoft เผยข้อมูล Ghost Recon Breakpoint ในช่วง CBT และ เนื้อหาในแพทช์ Year 1 ว่ามีอะไรบ้าง!?

หลังจากที่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Ubisoft ได้จัดงานแถลงข่าว Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint ที่พวกเขาได้ประกาศว่า “ตัวเกมรองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ” อีกทั้งพวกเขามีแผนที่จะทำภาษาไทยให้กับเกมอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งเกมใหม่ที่จะออกมาในอนาคต หรือ เกมเก่าที่ได้รับความนิยมอีกด้วย ล่าสุดทาง Ubisoft ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเกม Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint ทั้งรายละเอียดในช่วงการทดสอบ Closed Beta ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 5 – 8 กันยายน รวมไปถึงเนื้อหาของแพทช์ Year 1 หลังจากที่ตัวเกมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เรามาเริ่มจากข้อมูลการทดสอบตัวเกม Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint ในช่วง Closed Beta กันก่อนก็แล้วกันนะคะ ซึ่งตอนนี้เปิดให้ดาวน์โหลดตัวเกมแพลตฟอร์ม PC และ Xbox One ล่วงหน้ากันแล้ววันนี้ ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 4 จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย ส่วนผู้ที่จะเข้าไปทดสอบการเล่นในช่วงนี้ได้นั้น เฉพาะผู้ที่สั่งซื้อตัวเกมล่วงหน้าเท่านั้น! รวมไปถึงเกมเมอร์ที่ได้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมทดสอบ Online Technical Test ส่วนใครที่มีการไปลงทะเบียนเข้าร่วมทดสอบ Beta ผ่านหน้าเว็บไซต์ก็จะเป็นการสุ่มผู้โชคดีแล้วจะมีการแจ้งทางอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้ค่ะ สุดท้ายผู้เล่นที่เข้าร่วมทดสอบ Closed Beta ทุกคนจะได้ร่วมกิจกรรมการกุศลที่มีชื่อว่า “Man Down” เป็นการระดมทุนให้แก่ NGO ระดับโลกอย่าง Child’s Play เพียงแค่เราเล่นโหมด Co-op แล้วชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีม ยิ่งผู้เล่นทำเมื่อไหร่ Ubisoft จะนำยอดในส่วนนี้ไปบริจาคนั่นเอง ส่วนเนื้อหาในช่วง Closed Beta ผู้เล่นสามารถเข้าถึงพื้นที่ในส่วนต่างๆ ได้มากมาย รวมไปถึงยังมีภารกิจให้เราได้สำรวจทั้งการแท็กทีม 4 คนเพื่อทำภารกิจ หรือ เราจะทำคนเดียวโชว์บู๊ก็ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Operation Greenstone 2 ภารกิจ ที่มีจากเควสต์เนื้อเรื่องหลัก และ เควสต์จาก Auroa Missions อีกทั้งยังมีเควสต์รองให้เราได้ทำกันด้วย ซึ่งเราสามารถรับได้จากผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ ยังค่ะ ยังไม่หมด ยังตบด้วย Faction Missions ที่มีภารกิจให้ทำมากถึง 8 ภารกิจในแต่ละวัน แล้วถ้าคุณอยากจะทดสอบความแข็งแกร่งก็มี Drone Areas ที่ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับ Murmurs โดรนขนาดเล็กที่บินได้ ที่จะบุกโจมตีผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง หรือ Aamons โดรนภาคพื้นดิน และ Behemoths เกราะหนักที่แข็งแกร่งและมีพลังทำลายล้างสูงมาก หลังจากพูดถึงรายละเอียดในส่วนของ Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint ในช่วงการทดสอบ Closed Beta กันไปแล้ว ก็ต้องมาพูดถึงแพทช์ต่างๆ ที่จะอัปเดตใน Year 1 โดยทาง Ubisoft ได้เผยว่าหลังจากที่อัปเดต Operation Greenstone แล้วพวกเขาก็มีเนื้อหา Episode 2 และ Episode 3 ที่จะอัปเดตหลังจากนั้นให้ได้เล่นกันทุกๆ 4 เดือน ซึ่งแต่ละ Episode ก็จะมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งผู้เล่นจะได้สนุกกับคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามา รวมไปถึงเนื้อหาช่วง End Game ก็จะมีภารกิจแบบ Raid เพิ่มความท้าทายเข้ามาให้เล่นกันด้วย รวมไปถึงยังมีการอัปเดตทั้งโหมด PvP แล้วก็รายละเอียดอื่นๆ อีกเพียบ! เนื้อหา Adventures ใหม่ จะมีการเพิ่มเนื้อเรื่องส่วนใหม่ๆ เข้ามา ตรงส่วนนี้มันจะขยายเนื้อเรื่องหลักให้กว้างมากยิ่งขึ้น เนื้อหา End Game ทีมผู้พัฒนาเกมเผยว่าในช่วงเวลาที่เราเล่นเนื้อเรื่องจบ Episode แต่ละตัว มันก็จะมีเนื้อหาพิเศษที่รออยู่ ยกตัวอย่างเช่น Episode 1 จะมี Project Titan Raid ภารกิจแบบเหรดที่จะให้ผู้เล่นไปสำรวจภูเขาไฟที่ยังไม่ดับของหมู่เกาะ Auroa คุณและสมาชิกในทีมจะต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดและรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ได้ โดนภารกิจเหรดนี้สามารถทำซ้ำได้ด้วยนะ เนื้อหา Faction Missions ใหม่ เหล่า Factions ในเกมจะมีการพัฒนาตลอดเวลา แล้วในทุกๆ เดือนพวกเขาก็มีแผนอัปเดตภารกิจเนื้อเรื่องให้เราได้เล่นกันอย่างต่อเนื่อง มันก็จะเป็นการเล่าเรื่องราวของ Faction ในแต่ละวันภารกิจที่ถูกมอบหมายให้ก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยนะ คลาสใหม่รออัปเดต ทาง Ubisoft เผยว่าใน Year 1 จะมีคลาสใหม่รออัปเดตให้ผู้เล่นได้กันอยู่ ซึ่งคลาสแรกก็คือ Engineer จะเป็นสายที่ถนัดในความเชี่ยวชาญในด้านการแฮ็กข้อมูล อัปเดต LIVE Events อีเว้นท์เหล่านี้จะมี VIPs ที่จะมาช่วยเหลือ Nomad ในการต่อสู้กับภัยที่น่ากลัว โดยพวกเขาเผยว่าอีเว้นท์พิเศษแบบนี้จะอัปเดตให้ในแต่ละ Episode ของแพทช์ Year 1 ซึ่งจะเปิดให้เข้าไปเล่นราวๆ 1 เดือน อัปเดตการประลอง PvP แน่นอนว่าสิ่งที่จะเพิ่มสีสันให้กับเกม Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint ก็คือโหมด PvP ที่จะจัดเต็มและมีการอัปเดตลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามา รวมไปถึงโหมด Ghost War ที่บอกเลยว่าสนุกแน่นอนค่ะ ปัจจุบันตัวเกม Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint วางจำหน่ายล่วงหน้าแล้วในทุกๆ แพลตฟอร์มทั้ง PC, PlayStation 4 และ Xbox One โดยแบ่งออกไปทั้งหมด 3 แพ็คเกจหลักๆ ได้แก่ Standard Edition สนนราคา 1,600 บาท, Gold Edition สนนราคา 2,670 บาท และ Ultimate Edition สนนราคา 3,200 บาท ถ้าซื้อตอนนี้จะได้รับส่วนลด 8% เหลือเพียง 2,940 บาท โดยแพทช์ Year 1 จะอยู่ในแพ็คเกจ Gold Edition และ Ultimate Edition ใครที่อยากจะจัดชุดไหนเลือกกันดีๆ เลยค่ะ อยู่ที่กำลังทรัพย์ของเพื่อนๆ นะคะ แต่บอกเลยว่าภาคนี้อาเจ๊นัทจัดเวอร์ชั่น PC มาเล่นกับเพื่อนแน่นอน! เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

Rockstar เข้าซื้อ Dhruva Interactive สตูดิโอพัฒนาเกมจากอินเดีย

แม้ว่าตัวเกม Red Dead Redemption 2 จะไปได้สวยในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับแฟรนไชส์เกมดังๆ ของทาง Rockstar ที่มาอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุด ค่ายเกม Rockstar ได้ขยายทีมพัฒนาให้กว้างขึ้นด้วยการซื้อ Dhruva Interactive สตูดิโอพัฒนาเกมสัญชาติอินเดีย โดยซื้อมาจาก Starbreeze ด้วยราคา 7.9 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งให้ร่วมทีมพัฒนาด้วยกันกับ Rockstar สาขาอินเดีย ซึ่งมีออฟฟิศอยู่ที่ Bangalore อีกด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่า Dhruva Interactive เค้ามีผลงานอะไรให้เรารู้จักกันบ้าง? ขอบอกเลยว่าสตูดิโอพัฒนาเกมนี้เขาไม่ธรรมดา นอกจากจะร่วมงานกับ Starbreeze ค่ายพัฒนาเกมที่ทำ Payday 2 จนโด่งดัง ยังมีเครดิตและส่วนร่วมในการพัฒนาเกมฟอร์มเจ๋งหลายเกมอาทิ Halo 5, Forza Horizon 3,Quantum Break และ Sea of Thieves คุณ Rajesh Rao ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Dhruva Interactive ได้กล่าวว่า เป้าหมายของทีมงานคือการได้ทำเกมระดับโลก และสร้างชุมชนผู้พัฒนาเกมให้กว้างขวางในประเทศอินเดีย และการที่ทีมได้เข้ามาอยู่ภายใต้ของ Rockstar ซึ่งเป็นค่ายเกมที่มีชื่อเสียง ก็เป็นหลักประกันความสำเร็จได้อย่างชัดเจนว่า จะสามารถพัฒนาเกมเจ๋งๆ ให้เป็นที่รู้จักด้วยการสนับสนุนและช่วยเหลือจากทีมพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ในประเทศอินเดีย ส่วนทางฝั่ง Starbreeze ที่เป็นผู้ขายสตูดิโอนี้ให้กับ Rockstar ก็กำลังประสบปัญหาอย่างหนักในด้านการเงิน หลังจากที่ตัวเกม Overkill’s The Walking Dead ถูกยกเลิกวางจำหน่ายไป ทำให้สูญเสียรายได้ และไม่สามารถลงทุนทำเกมใหม่ได้เลย นั่นจึงทำให้ต้องยอมขายสตูดิโอพัฒนาเกมจากอินเดียให้กับ Rockstar ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

สล็อตมีมาได้อย่างไร แหล่งกำเนิดมาจากไหน

มั่นอกมั่นใจได้เลยว่าหลายผู้คนจำนวนมากน่าจะไม่ทราบกันมาก่อนถึงแหล่งกำเนิดของ slot ออนไลน์ว่ามีที่ไปที่มายังไง วันนี้ถึงต้องการจะมาพาคุณย้อนระลึกไปทำความรู้จักกับสล็อตเครื่องแรกของโลกที่เป็นแบบตู้ แล้วก็รวมถึงพัฒนาการณ์ในอดีตกาลจนถึงกายมาเป็นในระบบออนไลน์ที่ได้เล่นกันอย่างเวลานี้ เอาละตามมามองกันดีกว่าว่ามีประวัติที่มาที่ไปเป็นอย่างไรกันบ้าง
แหล่งกำเนิดสล็อต
มีต้นกำเนิดมาจากวิศวกรชาวเยอรมันที่ชื่อว่า ชาลส์ เฟย์ เขาได้ประดิษฐ์สล็อตแมชชีนเครื่องแรกของโลกในปี 1887 หรือเมื่อ 130 ปีที่ผ่านมา ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียอเมริกา จริงๆเจ้าเครื่องแรกของโลกเนี่ยมันมีชื่อว่า “Liberty Bell” แปลเป็นไทแก่ตัวยก็เป็น ระฆังความอิสระ ที่ตั้งชื่อแบบนี้ก็เพราะเหตุว่าอยากให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องหมายของการประกาศเสรีภาพของอเมริกานั่นเอง ซึ่งในระยะแรกๆนั้นเจ้าเครื่องนี้ก็ได้ถูกเอามาจัดตั้งไว้ตามร้านเหล้า ห้องอาหาร ร้านตัดผมต่างๆช่วงแรกที่ทำก็เพื่อให้ลูกค้าของร้านค้าต่างๆได้เล่นเพื่อฆ่าเวลาหรือเพื่อความสนุกสนาน จนได้รับความนิยมชมชอบเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้นบ่อยบ่อยจนกระทั่งทำให้ไปเข้าตากับนักธุรกิจที่ชื่อว่า เฮอร์เบิร์ต ไม่ลส์ ได้นำเอาเครื่องมาปรับปรุงต่อซึ่งได้แปลงเครื่องหมายมาเป็นในลักษณะของผลไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสีสันและก็ความน่าดึงดูดใจให้กับผู้คนเยอะขึ้นกว่าเดิม แล้วก็ในทุกวันนี้เครื่องหมายรูปผลไม้ก็ยังถูกมาใช้อยู่
การก้าวไปสู่สมัยคาสิโน
77 ปีภายหลังเครื่องแรกได้เกิดขึ้นมาซึ่งความเป็นที่นิยมนั้นก็ไม่เคยเลือนรางไปไหน จนตราบเท่ามีบริษัทBally ซึ่งเป็นผู้สร้างเครื่องวีดีโอเกมพินบอล ก็ได้เปิดตัวเครื่องใหม่ขึ้นมาซึ่งเครื่องใหม่นี้จะปฏิบัติงานด้วยระบบกระแสไฟฟ้าที่มีแสงสีเสียงในระหว่างการเล่น เป็นการช่วยสร้างความระทึกใจให้กับผู้เล่นได้อย่างดีเยี่ยม
จนกว่าในปี 1978 บริษัท Atlantic City legalized gambling ได้ต่อยอดเครื่องสล็อตของบริษัท Bally ให้มีความน่าดึงดูดใจแล้วก็น่าละลานตามากกว่าเดิมด้วยการเพิ่มระบบโบนัสแล้วก็แจ๊คพอทให้กับเครื่องแบบใหม่ แล้วก็นำไปจัดตั้งตามคาสิโนใหญ่ๆในเมืองต่างๆจนกระทั่งแปลงเป็นต้นแบบให้กลับสล็อตในช่วงปัจจุบันนี้
การก้าวไปสู่สมัยอินเตอร์เน็ต
เมื่อโลกของพวกเราได้ก้าวสู่โลกของอินเตอร์เน็ต แน่ๆว่าสล็อตก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ถูกเอามาปรับปรุงจนถึงแปลงเป็นเกมซึ่งสามารถเล่นได้อีกทั้งบนคอมพิวเตอร์และก็โทรศัพท์ โดยในสมัยแรกๆจะเป็นเพียงแต่เกมที่เอาไว้เล่นสำหรับกั้นเวลาหรือเล่นไว้สนุกสนานเพียงแค่นั้น แต่ว่าเพียงพอมีระบบระเบียบอินเตอร์เน็ตเข้ามาก็ถูกปรับปรุงให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบการจ่ายเงินได้ และก็กาดเป็นเกมซึ่งสามารถเล่นแล้วได้เงินจริง ซึ่งนับเป็นเวลาหลายปีถัดมาก็เลยได้มีการออกกฏหมายเพื่อรองรับสามารถเล่นผ่านแบบเว็บไซต์ได้ และก็เป็นที่นิยมมากเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว
สำหรับผู้ใดกันที่ต้องการจะทดลองเล่นมองก็สามารถหาเว็บผู้ให้บริการด้านเกมพนันบนโทรศัพท์มือถือผ่านทาง Google ได้เลย ซึ่งจะมีหลายเว็บให้ท่านได้เลือกได้เล่น เมื่อก่อนที่คุณจะตกลงใจเล่นหรือลงทะเบียนเป็นสมาชิกเว็บไซต์ไหนก็ควรเรียนรู้กฎข้อตกลงในเว็บนั้นอย่างระมัดระวังเสียก่อน แล้วก็ควรจะที่จะดูด้วยว่าเว็บไซต์นั้นดีหรือไม่เป็นเว็บไซต์เลียนแบบไหม นั้นก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงการถูกโกงนั่นเอง

ซัมซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”
ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
มีให้เลือก 2 ขนาด
เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน
หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่
ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge)
กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด
หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ
ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด
ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด
เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ
ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notesพร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
วิวัฒนาการของ S Pen
เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PC หรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
เชื่อมต่อกับ Windows
กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์
กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์
กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น
เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม
กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว
หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
บันทึกวิดีโอหน้าจอ
สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorderที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้
AR Doodle และ 3D Scanner
เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10 รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุและเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
โหมดถ่ายภาพกลางคืน
มื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์
ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา
Super Fast Charging
ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย
Wireless PowerShare
ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้
เกมมิ่ง
เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
Hyper-fast Speed
ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE
บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง
ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

เครดิต : (INNnews) https://www.innnews.co.th