[รีวิวเกม] The Dark Pictures Anthology: Man of Medan คอนเซ็ปต์ดี มีตุ้งแช่ แต่ยังไม่ค่อยโดน

จากผู้สร้างเกมแนวควิกไทม์อีเวนต์ เน้นให้ผู้เล่นกำหนดเส้นเรื่องด้วยตนเอง อย่าง Supermassive Games ที่เคยมีผลงานเด็ดเป็นเอกซ์คลูซีฟบนเครื่อง PS4 อย่าง Until Dawn มารอบนี้พวกเขายังคงดำเนินแนวทางสยองขวัญสั่นประสาท แวดล้อมด้วยบรรยากาศลึกลับไม่น่าไว้วางใจ และแน่นอนมากมวลด้วยเหตุการณ์ที่พร้อมจะฆ่าทุกตัวละครหากเราตัดสินใจหรือกดปุ่มพลาด ด้วยโพรเจกต์สุดทะเยอทะยานอย่าง The Dark Pictures Anthology ที่ใช้ไอเดียแบบซีรีส์สยองขวัญ ว่าด้วยภัณฑารักษ์สูงวัยผู้ดูแลหนังสือและภาพเขียนเก่าแก่ ที่จะมาเล่าเรื่องสยองขวัญให้เราฟังในแต่ละตอน คล้ายพวกเรื่องเล่าแบบรายการ Tale from the Crypt เรื่องเล่าจากหลุมศพ หรืออย่างบ้านเราก็เคยมีเช่น ยายกะลา ตากะลี ที่มีผีเฒ่ามาเล่าเรื่องสยองให้ฟัง โดยภาพวาดที่ซ่อนในฉากของเรื่องเล่านั้นก็สร้างนิมิตถึงเหตุการณ์ในอนาคตเพื่อใบ้ผู้เล่นได้ด้วย ซึ่งก็เป็นกิมมิกที่ล้อกับชื่อเกมที่ว่า The Dark Pictures คือคิดคอนเซ็ปต์มาลงตัวเลยนะ ภัณฑารักษ์ปริศนา หนังสือต้องสาป ภาพวาดผีสิง และเรื่องเล่าสยองที่ซับซ้อนหลอกล่อให้เรางุนงงสงสัย โดยเรื่องแรกที่ Supermassive Games ได้เลือกมาเปิดหัวโพรเจกต์นี้ก็คือตอนที่ชื่อว่า Man of Medan นี่เอง เนื้อเรื่องของ Man of Medan ด้วยความที่เป็นเกมขายเนื้อเรื่องอยู่แล้ว ส่วนนี้จึงน่าจะได้รับความพิถีพิถันมากที่สุดของเกม เพราะถ้าเนื้อเรื่องเอาไม่อยู่ให้เกมเพลย์ดีเท่าใด ก็อาจทำเอาแฟนแนวเกมนี้ส่ายหัวเอาง่าย ๆ โดยเนื้อเรื่องของเกมจะมีอินโทรสั้น ๆ เพื่อเกริ่นเรื่องราว ทั้งยังเป็นส่วนของการฝึกวิธีการเล่นไปในตัวด้วย เปิดเรื่องมาเราจะได้ตามชีวิตของทหารอเมริกันในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กำลังได้เดินทางกลับบ้านด้วยเรือรบนามว่า Medan หลังจากผ่านภารกิจสำคัญมาได้ โดยหนึ่งในสัมภาระสำคัญที่ถูกลำเลียงขึ้นเรือไปพร้อมกันจากท่าเรือในประเทศจีน คือ ร่างของทหารผู้พลีชีพในโลงศพคลุมธงชาติสหรัฐ ที่เพิ่มบรรยากาศสยองขวัญขึ้นทันที นอกจากนั้นยังมีลังปริศนาที่มีสัญลักษณ์กระดูกไขว้จำนวนหนึ่งถูกขนขึ้นอย่างระมัดระวังด้วย เราจะได้เล่นเป็น 1 ในทหารที่ตื่นมาจากอาการป่วยและพบว่าบัดนี้ลูกเรือต่างกำลังถูกคุกคามจากบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว พวกเขาอาละวาด และบางคนก็ตายอย่างสยดสยองด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับหวาดกลัวบางอย่าง เรื่องราวตัดข้ามมายังปัจจุบัน ชายหนุ่มกับแฟนสาว พร้อมน้องชายของทั้งคู่รวม 4 คนกำลังจะออกทริป โดยเช่าเรือของกัปตันสาวห้าวเพื่อล่องมหาสมุทรและดำน้ำในจุดที่พบเรือและเครื่องบินสมัยสงครามโลก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มของเรื่องราวต่าง ๆ เมื่อคู่รักได้พบหลักฐานบางอย่างจากซากเครื่องบินใต้น้ำที่บ่งชี้ถึงทองคำที่ถูกขนไปกับเรือ Medan แม้กัปตันสาวจะเตือนนักหนาว่าอย่าไปยุ่งสมบัติผู้ตายจากท้องทะเล และในคืนนั้นเองเคราะห์ซ้ำกรรมซัดให้พวกเขาถูกโจรสลัดปล้นเรือ และทั้งหมดก็ได้เผชิญเรือร้าง Medan โดยไม่คาดคิดท่ามกลางพายุกระหน่ำ เรื่องราวสุดสยองขวัญบนเรือผีสิงของเหล่าหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญทั้ง ซากศพ วิญญาณ ปริศนาบนเรือ และหนีการไล่ล่าจากกลุ่มโจรจึงเริ่มขึ้นนับจากนั้น พูดกันแบบเข้าเรื่องเลยคือ เนื้อเรื่องเกมนี้เปิดหัวได้น่าสนใจมากในยุคสงครามโลก ก่อนจะแผ่วลงมากในช่วงเปิดตัวยุคปัจจุบัน และกว่าจะเข้มข้นอีกครั้งก็นู่นขึ้นเรือผีไปแล้วนั่นล่ะ และถ้าคุณเป็นสายสำรวจยับอ่านทุกอย่างที่เก็บได้ คุณก็จะพอเดาเรื่องราวปริศนาได้ตั้งแต่กลาง ๆ เกมแล้วด้วย คือน่าเสียดายไปนิดที่เกมไม่ได้วางหมากซับซ้อนพอ หรือไม่ก็วางเบ็ดล่อที่โฉ่งฉ่างเกินไปจนคนเล่นเดาทางได้ไปเสียก่อน ความลุ้นหรือสงสัยอยากรู้ฉากจบเลยไม่ได้มีมากเท่าเกมในแนวเดียวกัน หรือแม้แต่กับเกมก่อนหน้าอย่าง Until Dawn เลย และเมื่อบวกกับเนื้อหาที่ไม่ได้ยาวเท่าไหร่เลย เล่น 5-6 ชั่วโมงก็จบได้ เลยรู้สึกว่ามันอาจไม่ค่อยอิ่มค่อยคุ้มเท่าไหร่กับเนื้อเรื่องที่มีเท่านี้ เครดิต : (beartai) https://www.beartai.com

Dreamscape บริการการท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริงเต็มตัว

ผู้เข้าชมคนหนึ่งเดินผ่านประตูที่เปิดสู่โลกอีกโลกหนึ่งและทิ้งความเป็นจริงเอาไว้เบื้องหลัง
บรูช วอน ซีอีโอของบริษัท Dreamscape Immersive กล่าวว่าเรามองว่า Dreamscape เป็นนายหน้าการท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปท่องโลกที่ไร้ขีดจำกัดของเวลา พื้นที่และมิติ เขาเคยทำงานด้าน special effects ของสวนสนุกของดิสนี่ย์ ตอนนี้เขาเป็นซีอีโอของบริษัท Dreamscape
ลองจินตนาการทริปไปเที่ยวสวนสัตว์ที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดจากต่างดาว หรือไปตามล่าสมบัติหรือการผจญภัยใต้ทะเลและนั่นเป็นโลกเสมือนจริงที่ แซค กรีน ก้าวเข้าไปเมื่อเข้าไปในห้อง Dreamscape ห้องหนึ่ง
บริษัท Dreamscape ทำให้โลกเสมือนจริงนี้เป็นไปได้ด้วยการผสมผสานการเล่าเรื่องของฮอลลีวูดเข้ากับความเชี่ยวชาญในการสร้างสวนสนุกแบบธีมพาร์ค
วอล์เตอร์ พาร์คเกอร์ ผู้เขียนบทภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์บอกว่าเทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ วีอาร์ ทำให้องค์ประกอบเหล่านี้มีชีวิต เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานคณะกรรมการบริษัท Dreamscape
เขากล่าวว่าเทคโนโลยีที่ใช้ช่วยอำนวยให้ทีมงานที่บริษัทสามารถจับร่างกายคนได้ทั่วตัวและการเคลื่อนไหวของร่างกายทุกส่วน ทำให้กลายเป็นอวตารขึ้นมาในโลกเสมือนจริง โรบิน แม็คมิลเลี่ยน ผู้เข้าชมอีกคนหนึ่งรู้สึกทึ่งมากกับประสบการณ์ที่ได้รับ
เธอคิดว่านี่จะเป็นอนาคตของความบันเทิงที่ให้ประสบการณ์ที่เหมือนจริงอย่างสมบูรณ์แบบจนทำให้ลืมไปเลยว่าจริงๆ แล้วเธอยืนอยู่ในห้องห้องหนึ่งเท่านั้น
ผู้สื่อข่าววีโอเอรายงานว่าก่อนที่จะเดินผ่านประตูเข้าไปสู่โลกเสมือนจริง ผู้เข้าชมจะต้องสวมตัวเซ็นเซ่อร์จำนวนสี่ตัว โดยสวมไว้ที่มือและเท้าทั้งสองข้าง สะพายเป้และสวมแว่นตาวีอาร์เสียก่อน
บรูช วอน ซีอีโอของบริษัท Dreamscape บอกว่าเทคโนโลยีลบขอบกั้นระหว่างความเป็นจริงกับโลกเสมือนจริง โดยผู้ใช้สามารถยื่นมือออกไปลูบสัตว์ประหลาดต่างดาวได้หรือมีคบไฟที่ช่วยนำทางและมีคบไฟอยู่จริง
และไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น คอมพิวเตอร์แบบเป้สะพายหลังของผู้ใช้แต่ละคนกับตัวเซ็นเซ่อร์ในห้องเป็นตัวสร้าง special effects อาทิ ลม หมอกและแรงสั่นของพื้นดิน ห้อง Dreamscape สามารถจุคนได้ครั้งละ 6 คนในการเข้าชมรอบละ 10 นาทีและตอนนี้ทางบริษัท Dreamscape ได้เริ่มวางแผนขยายกิจการท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริงนี้เพิ่มอีกหลายแห่งแล้ว
(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

dtac คว้าคลื่น700 MHzต่อยอดสู่5G

ดีแทคพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตสู่อนาคต เสริมคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz สู่ชุดคลื่นความถี่ (Spectrum portfolio)
เพื่อให้บริการลูกค้าครอบคลุมทั่วไทยด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น คลื่นใหม่ยังพร้อมต่อยอดสู่ 5G ทั้งนี้ ดีแทคได้เป็นผู้ให้บริการที่มีแบนด์วิดท์สำหรับดาวน์ลิงก์จำนวน 80 MHz ที่กว้างที่สุดในประเทศไทยจากคลื่นที่มีให้บริการทั้งหมด 130 MHz (รวมคลื่น 2300 MHz โรมมิ่งบนคลื่นทีโอที)
นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “เราจะไม่หยุดพัฒนาเพื่อลูกค้าของเรา ทั้งนี้ จากการที่ดีแทคได้รับการจัดสรรคลื่นย่าน 700 MHz จำนวน 2×10 MHz ซึ่งเป็นคลื่นย่านความถี่ต่ำ (low band) จากสำนักงาน กสทช. ดีแทคจะได้ขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มพื้นที่การครอบคลุมสัญญาณ และเพิ่มความจุของโครงข่าย
ขณะนี้โครงข่ายของดีแทคสามารถครอบคลุม 94% ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ และคลื่นความถี่ต่ำย่าน 700 MHz จะมาเสริมความแกร่งให้ดีแทคให้บริการได้ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คลื่น 700 MHz ดังกล่าวมีราคา 17,584 ล้านบาท
โดยมีใบอนุญาตในการดำเนินการ 15 ปี และจะเริ่มใช้คลื่นความถี่ได้ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 หรือจนกว่า กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ดีแทคมั่นใจในคลื่น 700MHz ซึ่งเป็นคลื่นย่านความถี่ต่ำจะมาเติมเต็มประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมการให้บริการเพื่อลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะนำไปต่อยอดการให้บริการ 5G ในอนาคตอีกด้วย

เครดิต : (INNnews) https://www.innnews.co.th

ป็อกบา-เรอัล มาดริด ! ดีลที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยช่วงซัมเมอร์

ปอล ป็อกบา ไม่เคยปกปิดความต้องการที่จะโบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเป้าหมายคือ เรอัล มาดริด ซึ่งมีข่าวว่าอยากได้ แข้งเลือดเฟร้นช์ ไปร่วมทีมเช่นกัน และมีรายงานว่า “ราชันชุดขาว” พยายามที่จะขอซื้อนักเตะ แต่ความจริงแล้วดีลนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยก่อนตลาดพ่อค้าแข้งปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่า ป็อกบา เอ่ยวาจายอมรับกับสื่อเองต้องการออกไปจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อไปหาความท้าทายใหม่ และจุดหมายปลายทางก็คือเกมลา ลีกา สเปน โดยในช่วงเวลานั้น “ราชันชุดขาว” ดูเหมือนพร้อมที่จะรับเซ้งนักเตะมาร่วมทีม เพราะชื่นชอบ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในช่วงซัมเมอร์นี้ มีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องจาก เรอัล มาดริด พร้อมทุ่มเงินเต็มสูบให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อพิจารณาปล่อย ป็อกบา ย้ายมาสวมชุด “ราชันชุดขาว” แต่สุดท้ายแล้วไม่ประสบความสำเร็จเมื่อการดำเนินงานต่างๆ ต้องยุติลงเพราะตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล ได้รับข้อมูลสำคัญว่า จริงๆ แล้วดีลการซื้อขาย กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เนื่องจากทีมของกุนซือซีเนดีน ซีดาน ไม่เคยสนใจที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึง อดีตดาวเตะยูเวนตุส มาเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เรื่องของเรื่องก็คือสื่อผู้ดีอ้างว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย ป็อกบา ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ เพราะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากที่จะปล่อยนักเตะออกไปหากว่าทีมได้รับข้อเสนอจำนวนมหาศาลว่ากันว่าประมาณ 150 ล้านยูโร (ราว 5,250 ล้านบาท) เพื่อหวังนำเงินไปลงทุนกับผู้เล่นใหม่ๆ ที่ตนอยากได้มากกว่า ฉะนั้นหาก เรอัล มาดริด อยากได้ตัว ป็อกบา จริงๆ ก็ต้องยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจเข้ามา พวกเขาก็พร้อมเปิดทางทันที ! แต่ข้อเสนอจาก “โลส บลังโกส” ไม่เคยถูกส่งเข้ามาให้ “ปีศาจแดง” พิจารณาอีกเลย เนื่องจากทีมไม่สามารถทุ่มเงินซื้อนักเตะชั้นนำด้วยข้อเสนอมหาศาลได้ เพราะพวกเขาควักกระเป๋าจ่ายค่าตัว เอแด็น อาซาร์ ให้กับ เชลซี ไปแล้วถึง 100 ล้านยูโร (ราว 3,500 ล้านบาท) ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ป็อกบา ไม่ได้ย้ายทีมอย่างที่วาดฝันเอาไว้ และด้วยสปิริตของพ่อค้าแข้งอาชีพ เจ้าตัวก็ตัดสินใจกลับมาร่วมฝึกซ้อม และเดินทางไปอุ่นเครื่องปรีซีซั่นกับต้นสังกัด โดยในเวลานั้น โซลชา ยังกล่าวชื่นชมทัศนคติของ ป็อกบา ที่มีความเป็นมืออาชีพสูง แม้ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของเขาจะพยายามกดดัน “เร้ด เดวิลส์” ให้ปล่อยตัวลูกค้าของเขาไปอยู่กับ เรอัล มาดริด อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ การย้ายทีมดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะ เรอัล มาดริด ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะคว้า ป็อกบา มาร่วมทัพ แม้ ซีดาน อยากได้นักเตะรุ่นน้องร่วมชาติก็ตาม แต่ด้วยค่าตัวขนาดนั้นทำให้ทีมจำเป็นต้องพับแผนทันท กระนั้นความฝันที่ ป็อกบา กับ ซีดาน จะได้ร่วมงานกันยังมีความเป็นไปได้ เพราะในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคม หรือในช่วงซัมเมอร์หน้า เรอัล มาดริด อาจจะมีงบประมาณใหม่เพื่อใช้กระชากตัวนักเตะมาร่วมทัพก็เป็นไปได้ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

สมกับเป็นจีน ข่าวลือว่าจีนกำลังพิจารณาแบนเกมแนว Battle Royale และเกมดังๆ ร่วม 20 เกม

ใครที่เคยติดตามข่าวสารวงการเกมกันมานับต่อนับมักจะทราบกันดีว่าวงการเกมหมุนรอบแดนมังกรจีนเป็นกิจวัตรไปเสียแล้ว เนื่องจากชุมชนเกมเมอร์ชาวจีนมีอยู่อย่างล้นหลาม จึงทำให้ประเทศจีนกลายเป็นแหล่งกำไรอันยิ่งใหญ่สำหรับค่ายเกมทั้งหลายไปโดยปริยาย ไม่ว่าใครต่างก็อยากเข้าตีตลาดในจีนกันทั้งนั้น จนกระทั่งช่วงหลังมานี้พี่จีนแกเข้มข้นในเรื่องกฎระเบียบของการเล่นเกมบ้างเอย ข้อตกลงในการอนุมัติวางจำหน่ายเกมในจีนบ้างเอย ส่งผลกระทบต่อค่ายยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ [โดยเฉพาะ Tencent ที่ช่วงนี้ซบเซามาก] และดูเหมือนว่าดีกรีความเข้มข้นอาจทวีคูณขึ้นไปอีกขั้น เมื่อมีข่าวลือวงในประเทศจีนได้ออกมาเผยว่าคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมสื่อออนไลน์ (Online Ethics Review Committee) ที่ตั้งขึ้นมาใหม่เตรียมสั่งแบนหรือแก้เนื้อหาเกมที่วางจำหน่ายในประเทศจีนไปแล้วร่วมถึง 20 เกมด้วยกันเลยล่ะคะ โดยเรื่องทั้งหมดเริ่มมาจากผู้ใช้งาน Reddit ได้ทำการแปลข่าวลือวงในประเทศจีนออกมาเป็นภาษาอังกฤษให้เพื่อนๆ เข้าใจได้ง่าย ซึ่งทามาโมะจังเห็นว่า 20 เกมเหล่านี้ประกอบไปด้วยเกมดังๆ ทั้งสิ้น โดยทางคณะกรรมการมอบโอกาสให้กับ 11 เกมต่อไปนี้ทำการปรับเปลี่ยนเนื้อหา อาทิ ตัวละครหญิงโป๊เกินไป, รางวัลขึ้นอยู่กับแรงค์ , ระบบการคุยที่ส่งเสริมความแตกแยก รวมไปถึงการบิดเบือนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน เสียก่อนถึงจะให้วางจำหน่ายเหมือนเดิมได้ เกมดังกล่าวประกอบไปด้วย Arena of Valour (เกมต้นแบบ ROV), League of Legends, Blade & Soul, Chu Liu Xiang, Overwatch, Diablo, World of Warcraft, Westward Journey, Code: Eva, The Legent of Mir 3 และ Swords of Legends Online ในขณะที่อีก 9 เกมที่เหลือทางคณะกรรมการจะไม่อนุมัติให้วางจำหน่ายอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนเนื้อหาอย่างไร มันก็ยังเห็นเนื้อหาความรุนแรงและแสดงให้เห็นฉากเลือดอยู่ดี สิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือ 9 เกมเหล่านี้ล้วนเป็นเกมแนว Battle Royale ทั้งนั้น จะประกอบไปด้วย PUBG, Fortnite [ก็น่าแปลกเพราะมันไม่มีเลือดให้เห็นเลย], H1Z1, Alliance of Valiant Arms, Ring of Elysium, Paladins (ติดได้ไงเนี่ย ทั้งที่ก็ใกล้เคียงกับ Overwatch ?), Free Fire Battlegrounds, Knives Out และ Quantum Matrix ถึงกระนั้นยังไม่มีสำนักสื่อข่าวจากประเทศจีน หรือสื่อสำนักข่าวนอกประเทศออกมารายงานถึงข่าวลือดังกล่าวเลย แต่ทว่าหากข่าวลือนี่เป็นความจริงแล้วล่ะก็ วงการเกมและค่ายยักษ์ใหญ่ทั้งปวงอาจถึงขั้นต้องเสียวสันหลังวาบสั่นสะท้านกันเลยทีเดียวค่ะ เพราะอย่างที่เราเห็นแทบทุกเกมของค่าย Blizzard Entertainment รวมถึงค่ายยักษ์ใหญ่แห่งวงการจีน Tencent และ NetEase {โดยเฉพาะเกมแนว Battle Royale ยอดฮิตอย่าง PUBG และ Fortnite} โดนเพ็งเล็งทุกกระเบียดนิ้ว อาจต้องกุมขมับครุ่นกันทีเดียวว่าต่อไปจะทำยังให้เนื้อหาใหม่ผ่านเงื่อนไขของประเทศจีน ไม่งั้นอาจต้องเสียฐานลูกค้าและกำไรที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปก็เป็นได้ เครดิต :(mmorpg) https://www.mmorpg.com (playulti) https://www.playulti.com

วาทะเดือดก่อนเกม! มุมมอง “แฟนบอลเวียดนาม” ก่อนเจอ ไทย ศึกคัดบอลโลก

ถือเป็นเกมที่มีความสำคัญทั้งสองทีม สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรกของกลุ่ม จี ระหว่างทีมชาติไทย จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ปรับทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันที่ 5 กันยายน นี้ เราลองไปฟังความคิดเห็นของแฟนๆ ชาวเวียดนาม กันเกี่ยวกับเกมนัดนี้ คอมเมนต์ที่ 1 ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา การเจอกันของ เวียดนาม และ ไทย ดูเหมือนว่าจะสู้เกมในวันที่ 5 กันยายนนี้ไม่ได้ เกมนี้จะกลายเป็นที่สนใจมากๆ ของทั้งสองชาติ คอมเมนต์ที่ 2 นักเตะไทยเป็นพวกที่ชอบอารมณ์ร้อน และมักจะเล่นพลาดง่ายๆ หวังว่าพวกเราจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเขาในครั้งนี้เอาชนะให้ได้ คอมเมนต์ที่ 3 เอากันตรงๆ ปัจจุบัน เวียดนาม ไม่ได้เป็นรองไทยอีกต่อไป แถมนี่เป็นนัดแรกในการคุมทีมของ นิชิโนะ ดังนั้นพวกเขาต้องเต็มที่แน่นอน แต่ข้อได้เปรียบเดียวของพวกเขาในเกมนี้ก็คือการได้ลงเล่นในบ้านเท่านั้น คอมเมนต์ที่ 4 หลังจบเกม แฟนบอลชาวไทย จะออกมาพูดว่า นัดนี้เราแพ้เพราะขาดโชค คอมเมนต์ที่ 5 มันฟังดูแย่มากหากเราจะบุกไปถล่มพวกเขาคาบ้าน เอาเป็นว่าแค่ชนะก็พอ คอมเมนต์ที่ 6 การเผชิญหน้ากับทีมเทพอย่างพวกเราเขาจะเอาอะไรมาสู้ เผลอๆ อาจโดนแบบที่แพ้ อินเดีย ในเอเชียนคัพ คอมเมนต์ที่ 7 ทำไมฉันมีความมั่นใจว่า เวียดนาม จะชนะไทยได้ คอมเมนต์ที่ 8 ฉันว่าเกมนี้ ทีมชาติไทย คงไม่กล้าเปิดเกมบุกใส่เราแบบเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต เพราะพวกเขากลัวเราไปแล้ว คอมเมนต์ที่ 9 เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ จะต้องเป็นฝ่ายกดดันเพราะถือเป็นการเปิดตัวคุมทีมครั้งแรกของเขา คอมเมนต์ที่ 10 เกมนี้ถ้าผลออกมาที่เราชนะ หรือเสมอ ฉันก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะทีมเวียดนาม ไม่ได้กดดันอะไรเลย คอมเมนต์ที่ 11 เชื่อเลยเกมนี้ ทีมไทย จะเล่นหนักใส่เราแน่นอน เพราะพวกเขากดดันอย่างหนัก คอมเมนต์ที่ 12 ทีมชาติไทย แข็งแกร่งกว่าเวียดนามมาในทุกระดับอายุ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เวียดนาม เหนือกว่าไทยทุกรุ่นอายุ และแน่นอนตอนนี้เราเหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน คอมเมนต์ที่ 13 มุมมองของฉัน ตอนนี้คนไทยกำลังสร้างความกดดันให้กับนักเตะตัวเอง เพราะการแข่งขันนี้พวกเขาถูกบังคับให้ต้องชนะเท่านั้นเพื่อศักดิ์ศรีของพวกเขา แต่เขาจะทำผิดพลาดด้วยการแพ้ให้เรา 1-2 และถึงเวลานั้นเขาจะรู้ว่าใครคือเบอร์ 1 ของอาเซียน คอมเมนต์ที่ 14 ฉันกลับเห็นต่าง ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทย ต้องชนะเท่านั้น ด้วยระดับทีมแล้วฉันมองว่าไม่ต่างกันแล้ว แต่พวกเขาได้เปรียบที่เล่นในบ้าน แถมเป็นการทำงานของโค้ชคนใหม่ที่เหมือนจะแพ้ไม่ได้ ดังนั้น เวียดนาม ต้องห้ามประมาทเด็ดขาด คอมเมนต์ที่ 15 เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ทั้งสองทีมเรียกกองกลางมาเยอะมาก ดังนั้นจะเป็นการต่อสู้กันในแดนกลาง หาก เวียดนาม แพ้ในจุดนั้นทีมจะเสียเปรียบอย่างมาก คอมเมนต์ที่ 16 ทีมชาติไทย ต้องเรียกว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ต่อจากนี้พวกเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้อีกเลย เรามารอดูผลการแข่งขันกันว่าใครคือเบอร์ 1 ในภูมิภาคนี้กัน ฉันไม่ชอบประเทศไทย ดังนั้นแน่นอน เกมนี้เวียดนามบุกชนะ คอมเมนต์ที่ 17 ฉันคิดว่าเกมนี้ ทีมไทย จะมาเล่นเพรสซิ่งไล่บอลพวกเราอย่างหนัก แน่นอนด้วยความไม่ฟิตของผู้เล่นเวียดนาม จะทำให้เจอกับงานที่ยากลำบากแน่นอน หวังว่า ปาร์ค ฮัง ซอ จะแก้เกมได้ดี คอมเมนต์ที่ 18 ฉันหวังว่าในบอลโลก 2020 จะมีทีมจากอาเซียนได้ตั๋วไปแข่งบ้าง และแน่นอนทีมนั้นต้องเป็นเวียดนาม คอมเมนต์ที่ 19 เกมนี้ทีมไทยจะมาเล่นแบบประกบตัวตัวแน่นอน ดังนั้นเราต้องวางแผนรับมือให้ดี คอยทำลายเกมพวกเขา และถ้าเราได้ประตูออกนำก็ลงมาเน้นรับแล้วโต้ตามแผนของเรา คอมเมนต์ที่ 20 เราต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่ ต้องใจเย็นมากๆ เพราะพวกเขาเล่นเกมหนักใส่เราแน่นอน แต่หากเราไม่ใจร้อนทุกอย่างจะเข้าทางเรา และทันทีที่เสียงนกหวีดสิ้นสุดลง เราจะเป็นฝ่ายดีใจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

สถิติสวยหรู!ลิเวอร์พูลถูกใจถ้ามาเน่ลงเล่นในแอนฟิลด์

ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นของเมืองลิเวอร์พูล ระบุ ที่จริงถ้าย้อนกลับไปในเกมที่ทุบ อาร์เซน่อล แล้วนั้น มันก็ถือว่า ซาดิโอ มาเน่ สร้างสถิติเป็นนักเตะใน พรีเมียร์ลีก ที่ไม่แพ้ที่ แอนฟิลด์ ติดต่อกันมากที่สุด โดยยังเป็นการชนะหลายนัดด้วย ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สร้างสถิติเป็นนักเตะที่ไม่แพ้กับการเล่นเกมระดับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนาม แอนฟิลด์ ติดต่อกันมากที่สุด ที่จำนวน 50 นัด ตามข้อมูลจาก ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อชื่อดังประจำเมืองลิเวอร์พูล มาเน่ ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2016 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด และทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ โดยในซีซั่นนี้ก็ทำประตูในลีกไปแล้ว 2 ลูก จากการลงเล่น 4 นัด ได้แก่เกมที่บุกไปเฉือนชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 และนัดล่าสุดที่บุกไปทุบ เบิร์นลี่ย์ 3-0 อย่างไรก็ตาม ถ้าย้อนไปยังเกมที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมาแล้วล่ะก็ นั่นก็ถือเป็นเกมลีกนัดที่ 50 ที่ มาเน่ ลงเล่นใน แอนฟิลด์ พอดี และเขาก็ยังไม่เคยต้องออกจากสนามดังกล่าวในฐานะผู้แพ้เลย โดยแบ่งเป็น 49 เกมกับ ลิเวอร์พูล และ 1 นัดกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งนี้ ในจำนวน 50 นัดกับการเล่นที่ แอนฟิลด์ ของ มาเน่ นั้น เขาสามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 40 เกม และเสมออีก 10 นัด โดยเกมลีกนัดแรกที่ดาวเตะชาวเซเนกัลลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ในสนามเหย้าของทีม ได้แก่เกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนัดนั้นเขาทำประตูได้ด้วย ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะชนะไป 4-1 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เก็บตก 5 ประเด็น! ทีมชาติไทย เปิดบ้านเจ๊า เวียดนาม 0-0 คัดบอลโลก

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง นัดแรกของกลุ่ม จี ซึ่ง “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ เวียดนาม 0-0 ที่สนาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา และนี่คือ 5 ประเด็นที่เกิดขึ้นในเกมสำคัญนัดนี้ 5. ความเป็นไปของเกม เกมออกสตาร์ทด้วยจังหวะได้ลุ้นตั้งแต่นาทีแรกของ เวียดนาม เมื่อบอลยาวทิ้งไปแดนหน้าข้ามหัวกองหลัง ไทย และได้จบสกอร์โชคดีที่บอลหลุดกรอบออกไป หลังจากนั้นเกมในครึ่งแรกตกเป็นของทัพ ช้างศึก อย่างเห็นได้ชัดเมื่อเป็นฝ่ายครองบอลหาโอกาสเจาะเข้าทำได้มากกว่าแต่เคลื่อนบอลสู่เขตอันตรายได้น้อยครั้งจากการที่ทีมเยือนแพ็คเกมรับอย่างแน่นหนา ขณะที่เกมในครึ่งหลังต่างฝ่ายต่างพยายามเร่งเครื่องกันมากกว่าเดิม ส่วนการปล่อยให้เกมไหลโดยไม่เป่าฟาวล์ของผู้ตัดสินยิ่งทำให้มีการเข้าปะทะแบบถึงลูกถึงคนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ ได้โอกาสแบบถนัดถนี่เพียงลูกหลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษของ ฐิติพันธ์ กับ โอกาสในนาทีสุดท้ายของ สุภโชค สารชาติ เท่านั้น 4. ความแน่นอนในแดนกลาง จากการจัดแผนผังรูปแบบการยืนตำแหน่ง 4-3-1-2 โดยมี สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล คอยบัญชาเกมในแดนกลางทำให้ทัพ ช้างศึก คุมเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทั้ง สารัช และ พิธิวัต ยังมีส่วนกับการดันขึ้นไปช่วยเติมเป็นทางเลือกในการผ่านบอลที่แดนหน้ารวมทั้งยังหายห่วงในเกมสวนกลับของ เวียดนาม ข้อด้อยของรูปแบบการเล่นดังกล่าวดูจะมีเพียงอย่างเดียวเมื่อมีเพียง สารัช เท่านั้นที่สามารถช่วยพลิกบอลยามเซ็ตเกมจากแดนหลังได้เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลอยสูงอยู่ที่แดนบนจนหลายครั้งที่เราจบด้วยการทิ้งบอลยาวไปที่แดนหน้าและตามเก็บในจังหวะที่สองแทน 3. เกมรุกริมเส้นจากฟูลแบ็คบอดสนิท นิชิโนะ พยายามให้ลูกทีมเล่นอย่างเพลย์เซฟเมื่อใช้ผู้เล่นในแดนกลางสลับกันคอยโฉบเติมขึ้นไปจู่โจมโดยมี สุภโชค กับ ฐิติพันธ์ ถ่างออกไปเล่นที่ด้านกว้าง แต่ทีมไทยได้ลุ้นเหน่งๆ จากรูปแบบการขึ้นเกมดังกล่าวอย่างชัดเจนนับครั้งได้เมื่อ พิธิวัต ได้หลุดไปเปิดที่สุดเส้นหลังฝั่งซ้ายในช่วงต้นเกมและจังหวะวูบวาบของ สุภโชค ที่ฝั่งเดียวกัน แม้ทีมจะดูตื้อๆ เมื่อไม่สามารถเคลื่อนบอลสู่กรอบเขตโทษได้ถนัดถนี่นักแต่เราแทบไม่เห็นการดันขึ้นสูงเพื่อมีส่วนกับเกมรุกของทั้ง ทริสตอง โด กับ ธีราทร บุญมาทัน เลยกระทั่งในช่วงราว 15 นาทีสุดท้ายของเกม 2. ความหวังในตัว ชนาธิป เพลย์เมคเกอร์ตัวความหวังจาก คอนซาโดเล ซัปโปโร เริ่มต้นในครึ่งแรกแบบที่ไม่ค่อยมีบทบาทในเกมรุกมากนักเมื่อถูกจับให้ไปยืนประจำการที่ด้านหลังของกองหน้าอย่าง สุภโชค และ ฐิติพันธ์ ซึ่งบอลเซ็ตจากแดนกลางไปไม่ถึงเจ้าตัวเมื่อพลพรรค ดาวทอง ยืบีบพื้นที่ปิดเส้นทางลำเลียงบอลสู่ ชนาธิป รวมทั้งคอยทำลายจังหวะเมื่อบอลไปถึงเจ้าตัว อย่างไรก็ตาม เกมในครึ่งหลังเจ้าตัวดูจะมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นเมื่อได้รับอิสระในการเคลื่อนที่ถ่างออกเพื่อรับบอลที่ริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งรวมทั้งยังมีช็อตช่วยทีมปั้นเกมรอบกรอบเขตโทษ แต่ท้ายที่สุดต้องให้เครดิตกับลูกทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ ที่มีวินัยในเกมรับอย่างยิ่งยวดจนสามารถลดอันตรายของ ชนาธิป ไปได้มากในเกมนี้ 1. สุภโชค วูบวาบ กลายเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย เมื่อเวลาของเกมผ่านไป กองหน้าจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ เวียดนาม อย่างเห็นได้ชัดเมื่อทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่ง รวมไปถึงวินัยในการไล่บีบพื้นที่และการวิ่งเพื่อหาช่องเข้าทำ สุภโชค ยังได้รับความไว้วางใจจาก นิชิโนะ ให้อยู่ในสนามจนจบเกมและยังได้โอกาสทองในวินาทีสุดท้ายจากช็อตหลุดเดี่ยวก่อนที่จะยิงไปติดบล็อกกองหลังที่ยืนคุมเส้นประตู ด้วยเครดิตที่เจ้าตัววูบวาบมาตลอดทั้งเกมทำให้เราไม่อาจตำหนิแข้งวัย 21 ปีที่ไม่เฉียบขาดพอในจังหวะช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังได้ ไม่มีใครรู้ได้ว่าหาก สุภโชค ตัดสินใจไหลต่อให้กับ ชนาธิป ที่ยืนรออยู่ในพื้นที่เปิดมากกว่าใกล้เคียงจะเกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยเจ้าหนูรายนี้ก็ทำได้เราเห็นว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังของ ทีมชาติไทย ได้อีกราย เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

มันชินี่ชี้อิตาลีไม่ง่ายแม้บุกสอยอาร์เมเนีย

โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทีมชาติอิตาลี ชี้เป็นงานที่หินทีเดียว แม้ทีมบุกไปพลิกสอย อาร์เมเนีย ได้สำเร็จ 3-1 ระบุการที่คู่แข่งเหลือ 10 คน ยิ่งทำให้เล่นยากขึ้น โรแบร์โต้ มันชินี่ เฮดโค้ชทีมชาติอิตาลี เผยว่า ไม่ใช่งานง่ายเลยแม้แต่น้อยสำหรับทีมตน แม้สามารถบุกไปพลิกเอาชนะ อาร์เมเนีย 3-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” รอบคัดเลือก กลุ่ม เจ นัดที่ 5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เมเนีย เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจากการยิงสุดเฉียบของ อเล็กซานเดร คาราเปเตียน ตั้งแต่นาทีที่ 11 ทว่านาทีที่ 28 อันเดรีย เบล็อตติ ก็ยิงให้ อิตาลี ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากนั้นนาทีที่ 45 สถานการณ์ของเจ้าถิ่นดูย่ำแย่ลงไปอีก เพราะต้องเหลือผู้เล่น 10 คน จากการที่ คาราเปเตียน ถูกไล่ออก หลังได้รับใบเหลืองที่สอง ครึ่งหลังเกมมาถึงนาทีที่ 77 อิตาลี พลิกเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-1 จากการโหม่งของ ลอเรนโซ่ เปลเลกรีนี่ ก่อนที่จะมาได้ประตูย้ำชัย 3-1 จาก เบล็อตติ เจ้าเก่าในนาทีที่ 80 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ทีมแชมป์โลก 4 สมัย รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ด้วยสถิติชนะ 100% จากการลงเตะ 5 นัด มี 15 คะแนน “ผมไม่รู้ว่า มันเป็นเกมที่ย่ำแย่ที่สุดของเราหรือเปล่า แต่ผมคงต้องบอกว่า มันเป็นเกมที่ยากลำบากมาก เพราะเกมง่ายๆ มันไม่มีจริงในวงการฟุตบอลทุกวันนี้ เราออกสตาร์ตได้ไม่ดี แถมยังเสียประตูก่อน แต่เราก็น่าจะกลับมาได้ก่อนจบครึ่งแรก” “ในทางกลับกัน ใบแดงของพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่เล่นงานพวกเราด้วย เพราะทำให้ อาร์เมเนีย ต้องโฟกัสไปที่การเล่นเกมรับทั้ง 10 คน ซึ่งทำให้แทบไม่มีพื้นที่เล่นเลย เพราะถ้าเป็น 11 คนเท่ากับ พวกเขาก็คงจะเล่นเกมรุกมากกว่านี้” มันชินี่ เปิดใจหลังเกม เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

นวัตกรรมอัจฉริยะ คอนแทคเลนส์อันแรกของโลกที่ถ่ายภาพ+วิดีโอได้

โดย ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์ : ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีไฮเทคที่เรามักจะเห็นในหนังสายลับต่างๆ จะไม่ได้มีให้เห็นแค่ในจออีกต่อไป แต่เรากำลังจะได้ใช้จริงแล้ว เพราะล่าสุดบริษัท SONY ได้พัฒนาคอนแทคเลนส์ให้เป็นสิ่งของที่มีนวัตกรรมอัจฉริยะมากขึ้น โดยทำให้สิ่งนี้สามารถถ่ายภาพนิ่งและบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยการกะพริบตาเท่านั้น
โดยบริษัท SONY ได้นำเทคโนโลยี Nikola Tesla มาพัฒนากับตัวคอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ ซึ่งในคอนแทคเลนส์จะประกอบไปด้วยการถ่ายภาพ ชุดคุมส่วนกลาง เสาอากาศ พื้นที่เก็บคลังข้อมูล และเซ็นเซอร์ ซึ่งมีการทดลองจนประสบความสำเร็จ และได้ทำการยื่นขอจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีนี้ขึ้น
ในส่วนของการทำงานของคอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ จะทำการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเวลาที่กะพริบตาเพื่อตั้งใจถ่ายภาพ โดยจะมีเซ็นเซอร์เพื่อแยกว่าตอนไหนคือการกะพริบตาปกติแบบไม่รู้ตัว และเวลาไหนคือการกะพริบตาเพื่อตั้งใจถ่ายภาพ โดยทาง SONY ได้อธิบายไว้ว่า ปกติแล้วคนเราจะกะพริบตา 0.2 – 0.4 วินาที ต่อครั้ง แต่หากเรากะพริบตาเกินกว่า 0.5 วินาที ต่อครั้ง ซึ่งถือว่าผิดปกติจากการกะพริบตาของมนุษย์ จะทำให้คอนแทคเลนส์ทำการบันทึกภาพและภาพเคลื่อนไหวในตอนนั้น
นอกจากนี้คอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ยังทำงานแบบไร้สาย โดยใช้คลื่นวิทยุกับการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าของเทคโนโลยี Nikola Tesla มาทำให้เป็นการทำงานแบบไร้สาย ซึ่งแหล่งพลังงานจะมาจากสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อ ซึ่งจะสามารถทำการซูมและโฟกัสอัตโนมัติได้ด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม คอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้น่าจะยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจและแน่ใจว่าปลอดภัย มีความเหมาะสม และเป็นนวัตกรรมชั้นดีที่พร้อมจะออกสู่ตลาดให้เราได้ใช้มันจริงๆ

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com